แผนชลีฟเฟน : แผนเผด็จศึกของเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ประเทศมหาอำนาจในยุโรปได้มีการแบ่งฝ่ายเป็นสองข้างหลักๆ ได้แก่ฝ่ายไตรภาคี (Triple Entente) ได้แก่อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย (สาเหตุที่เรียกว่าไตรภาคี เพราะสมาชิกทำสนธิสัญญาแยกกันเป็นคู่ๆสามฉบับ) และฝ่ายไตรพันธมิตร (Triple Alliance) ได้แก่เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี (ทำสนธิสัญญารวมกันฉบับเดียว) เมื่อดูแผนที่จะเห็นได้ว่าฝ่ายไตรพันธมิตรถูกขนาบสองด้าน ฝรั่งเศสทางทิศตะวันตก และรัสเซียทางทิศตะวันออก นายพลอัลเฟรด ฟอน ชลีฟเฟน (Alfred von Schlieffen) เสนาธิการของเยอรมนีจึงร่างแผนการรับศึกสองด้านขึ้นในปี ค.ศ.1905 ซึ่งต่อมาเรียกว่าแผนชลีฟเฟน (Schlieffen Plan)

ภาพนายพลอัลเฟรด ฟอน ชลีฟเฟนในปี ค.ศ.1906 (Photo studio E. Bieber/ public domain)

ตามแผนชลีฟเฟนต้นฉบับ เยอรมนีมองรัสเซียเป็นศัตรูหลัก ประเทศมีขนาดใหญ่ ประชากรมาก แต่การคมนาคมล้าหลัง ส่งผลให้ระดมพลได้ช้า เยอรมนีจึงต้องอาศัยจังหวะที่รัสเซียยังไม่พร้อมรบจัดการฝรั่งเศสก่อน ด้วยการเคลื่อนทัพผ่านเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และลักเซมเบิร์ก โอบไปทางภาคเหนือของฝรั่งเศส ยึดกรุงปารีส ตลบหลังกองทัพฝรั่งเศสที่จะรุกเข้ามาในเยอรมนีผ่านทางแคว้นอัลซาสและลอเรนส์ตามแผนหมายเลข 17 (Plan XVII) จากนั้นเยอรมนีก็จะทุ่มกำลังไปทำศึกตัดสินกับรัสเซียต่อไป ส่วนอังกฤษนั้น เยอรมนีคาดหวังว่าจะวางตัวเป็นกลาง ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับสงครามในแผ่นดินใหญ่ยุโรป

อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับต้นฉบับแผนชลีฟเฟนเสียก่อน กล่าวคือนายพลชลีฟเฟนได้เสียชีวิตลงในปี ค.ศ.1906 นายพลเฮลมุธ ฟอน มอลท์เค่อ (Helmuth von Moltke the Younger) ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน นายพลมอลท์เค่อทำการแก้ไขแผนชลีฟเฟนหลายจุด ซึ่งต่อมาเป็นสาเหตุหนึ่งให้การรุกของเยอรมันในปี ค.ศ.1914 ล้มเหลว เช่น

1.ยกเลิกการรุกผ่านเนเธอร์แลนด์ ให้รุกผ่านเบลเยียมและลักเซมเบิร์กเท่านั้น มอลท์เค่อให้เหตุผลว่าต้องการให้เนเธอร์แลนด์รักษาความเป็นกลาง เพื่อเป็นทางผ่านสินค้า จำกัดพื้นที่ปฏิบัติการของอังกฤษ แต่ก็ส่งผลให้มีจำนวนทหารเยอรมันไปแออัดอยู่ในเบลเยียมมากขึ้น ทำให้เคลื่อนพลได้ช้าลง

2.มอลท์เค่อลดจำนวนทหารบริเวณปีกขวาของเยอรมนีที่จะต้องเคลื่อนทัพเป็นระยะทางไกลที่สุดลง ย้ายมาเสริมให้กองกำลังที่จะต้องตั้งรับการรุกของฝรั่งเศสในแคว้นอัลซาสและลอเรนส์

ภาพนายพลเฮลมุธ ฟอน มอลท์เค่อ (The Library of Congress/ Flickr)

ออสเตรีย-ฮังการีประกาศสงครามกับเซอร์เบียในวันที่ 28 กรกฎาคม ปี ค.ศ.1914 วันรุ่งขึ้นรัสเซียซึ่งคุ้มครองเซอร์เบียอยู่ เริ่มระดมพล เยอรมนีเตือนให้รัสเซียยุติการระดมพล เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง เยอรมนีก็ประกาศสงครามกับรัสเซียในวันที่ 1 สิงหาคม จากนั้นก็ประกาศสงครามกับฝรั่งเศสในวันที่ 3 สิงหาคม เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

เยอรมนีเริ่มแผนชลีฟเฟน ทุ่มกำลังพลเกือบ 1,500,000 นายแบ่งเป็น 7 กองทัพ รบกับฝรั่งเศสก่อน กองทัพที่ 6 และ 7 วางกำลังอยู่ที่แคว้นอัลซาสและลอเรนส์ ตั้งรับการรุกของฝรั่งเศสตามแผนหมายเลข 17 ส่วนอีก 5 กองทัพรุกผ่านเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก เข้าสู่ภาคเหนือของฝรั่งเศส มุ่งหน้าไปกรุงปารีส

เยอรมนีบุกเบลเยียมในวันที่ 4 สิงหาคม เกิดเหตุการณ์ที่เยอรมนีไม่คาดคิดมาก่อน 2 เหตุการณ์คือ 1.การตั้งรับของเบลเยียมเข้มแข็งกว่าที่เยอรมนีคาดคิดไว้ จากเดิมที่คิดว่าจะสามารถเคลื่อนทัพผ่านได้สบายๆ กลายเป็นว่าเยอรมนีเสียเวลาในเบลเยียมนานขึ้น 2.อังกฤษยังยึดถือสนธิสัญญาคุ้มครองความเป็นกลางของเบลเยียม ค.ศ.1839 ซึ่งเยอรมนีมองว่าเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียว ประกาศสงครามกับเยอรมนี ส่งผลให้ฝรั่งเศสได้กำลังเสริมมากขึ้น

นอกจากเหตุไม่คาดคิดในเบลเยียมแล้ว ปรากฏว่าทางตะวันออก รัสเซียยังเคลื่อนพลได้เร็วกว่าที่เยอรมนีคาดไว้เดิมด้วย ส่งผลให้นายพลมอลท์เค่อต้องย้ายกำลังพลบางส่วนจากแนวรบฝรั่งเศส มาเสริมกำลังด้านตะวันออก

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อแผนชลีฟเฟน ปีกขวาของกองทัพเยอรมันที่จะต้องเคลื่อนทัพเป็นระยะทางไกลที่สุด เพื่อโอบล้อมกรุงปารีส เริ่มอ่อนแอลง จากการที่ได้รับกำลังเสริมและการสนับสนุนไม่เพียงพอ กำลังพลก็เหนื่อยล้าจากการต้องเดินเท้าวันละหลายสิบกิโลเมตร พร้อมกับแบกสัมภาระและทำการรบไปด้วย อังกฤษและฝรั่งเศสอาศัยจุดอ่อนนี้โจมตีตอบโต้ในสมรภูมิแม่น้ำมาร์นครั้งที่ 1 (First Battle of the Marne) ในเดือนกันยายน ค.ศ.1914 ผลักดันกองทัพเยอรมันให้ถอยร่นกลับไป ส่งผลให้แผนชลีฟเฟนล้มเหลว นายพลมอลท์เค่อถูกปลดจากตำแหน่ง และนายพลเอริช ฟอน ฟอลเกนไฮน์ (Erich von Falkenhayn) ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน

ความล้มเหลวของแผนชลีฟเฟน ส่งผลให้แนวรบด้านตะวันตกในเบลเยียมและภาคเหนือของฝรั่งเศส ค่อยๆแปรรูปเป็นสงครามสนามเพลาะ ตรึงแน่นอยู่กับที่ ผลัดกันรุกผลัดกันรบอยู่ถึงสี่ปี กว่าสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ.1918

สวัสดี

29.05.2020

แผนที่แสดงแผนการรุกของเยอรมันตามแผนชลีฟเฟน (เส้นสีแดง) และแผนหมายเลข 17 ของฝรั่งเศส (เส้นสีน้ำเงิน) ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ปี ค.ศ.1914 (Wikimedia Commons)

หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์สั่งซื้อสินค้าจาก Amazon ผ่าน Affiliate Link ที่ปรากฏด้านล่าง ผมจะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการขายด้วย โดยผู้เข้าชมเว็บไซต์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด

แสดงความคิดเห็น