วิกฤตการณ์เบอร์ลิน 1961: รถถังสหรัฐฯและโซเวียตเผชิญหน้ากันที่ด่านชาร์ลี

แม้คนส่วนใหญ่จะรู้จักวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis) ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.1962 ว่าเป็นช่วงเวลาที่สหรัฐฯและสหภาพโซเวียตมีการเผชิญหน้ากันตึงเครียดที่สุดในสงครามเย็น มีความเสี่ยงจะบานปลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ แต่จริงๆแล้วก่อนหน้านั้นหนึ่งปี สหรัฐฯและโซเวียตก็เคยเผชิญหน้ากันแล้วที่ด่านชาร์ลี (Checkpoint Charlie) ระหว่างวิกฤตการณ์เบอร์ลิน ปี ค.ศ.1961 (Berlin Crisis of 1961) คราวนั้นเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างรถถังของสหรัฐฯและโซเวียตในระยะห่างเพียง 150 เมตรเท่านั้น ถ้าเหตุการณ์บานปลายก็มีโอกาสเกิดสงครามนิวเคลียร์ได้เช่นกัน

ภาพรถถัง M48 ของสหรัฐฯเผชิญหน้ากับรถถัง T-55 ของสหภาพโซเวียตที่ด่านชาร์ลีในกรุงเบอร์ลิน เดือนตุลาคม ปี 1961 (U.S. Army photo)

เมื่อเยอรมนียอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไขในสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อปี ค.ศ.1945 ประเทศเยอรมนีได้ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนอยู่ภายใต้การยึดครองของผู้ชนะคือสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส และโซเวียต กรุงเบอร์ลินเองก็ถูกแบ่งเป็นสี่ส่วนเช่นกัน มีการทำข้อตกลงอนุญาตให้กำลังพลและนักการทูตของมหาอำนาจทั้งสี่ประเทศเดินทางผ่านพื้นที่ที่แต่ละประเทศดูแลอยู่ได้อย่างเสรี

อย่างไรก็ตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและโซเวียตในสงครามเย็นส่งผลให้สถานการณ์เปลี่ยนไป สหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศสรวมพื้นที่ยึดครองของตนเข้าด้วยกันเป็นประเทศเยอรมนีตะวันตก ขณะที่โซเวียตก็สถาปนาพื้นที่ยึดครองของตนเองเป็นประเทศเยอรมนีตะวันออก กรุงเบอร์ลินก็ถูกแบ่งเป็นสองส่วนเช่นกัน มีชาวเยอรมันตะวันออกจำนวนมากพยายามหลบหนีไปฝั่งตะวันตก ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของเยอรมนีตะวันออก นำไปสู่การสร้างกำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) ในวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ.1961 ป้องกันไม่ให้ชาวเยอรมันในกรุงเบอร์ลินตะวันออกหลบหนีข้ามไปยังฝั่งตะวันตก มีเพียงด่านชายแดนหลายจุดสำหรับให้ชาวต่างชาติผ่านเข้าออกเท่านั้น จุดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือด่านชาร์ลี

เหตุการณ์ที่ด่านชาร์ลีเริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่เยอรมนีตะวันออกเริ่มหยุดรถและตรวจเอกสารของกำลังพลและนักการทูตของประเทศตะวันตกที่เดินทางเข้าออกเบอร์ลินตะวันออก ขัดกับข้อตกลงระหว่างมหาอำนาจสี่ประเทศ การกระทำดังกล่าวเยอรมนีตะวันออกทำไปโดยพลการ ไม่ได้ปรึกษาทางโซเวียตก่อน เมื่อโซเวียตรู้เรื่องทีหลังก็ไม่มีทางเลือกนอกจากแสดงตัวเป็นพี่ใหญ่ สนับสนุนเยอรมนีตะวันออกเท่านั้น ช่วงแรกอังกฤษยอมตามเยอรมนีตะวันออกแต่โดยดี แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อเจอกับสหรัฐฯ

วันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ.1961 นายเอ็ดวิน อลัน ไลท์เนอร์ (Edwin Allan Lightner Jr.) นักการทูตอาวุโสของสหรัฐฯประจำเบอร์ลินตะวันตก ถูกเจ้าหน้าที่ชายแดนเยอรมนีตะวันออกสั่งให้หยุดรถและแสดงเอกสารประจำตัว ระหว่างข้ามไปดูโอเปร่าในเบอร์ลินตะวันออก แต่นายไลท์เนอร์ปฏิเสธ บอกว่ามีแต่เจ้าหน้าที่โซเวียตเท่านั้นที่ขอตรวจเอกสารได้ เจ้าหน้าที่เยอรมนีตะวันออกจึงบังคับให้ไลท์เนอร์กลับไปฝั่งตะวันตก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้ไปถึงนายพลลูเชียส เคลย์ (Lucius D. Clay) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นวีรบุรุษจากปฏิบัติการลำเลียงสัมภาระทางอากาศช่วยเหลือชาวเบอร์ลินระหว่างที่โซเวียตปิดล้อมเบอร์ลินในปี ค.ศ.1948 – 1949 และมีความเกลียดชังคอมมิวนิสต์อยู่แล้ว นายพลเคลย์จึงมีคำสั่งให้จัดสารวัตรทหารอเมริกันติดอาวุธนั่งรถจี๊ปประกบไปกับรถของนักการทูตอเมริกันระหว่างผ่านเข้าออกเบอร์ลินตะวันออกด้วย แต่เจ้าหน้าที่เยอรมนีตะวันออกก็ยังพยายามหาทางหยุดรถและตรวจเอกสารนักการทูตตะวันตกอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายในวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ.1961 นายพลเคลย์จึงออกคำสั่งให้ส่งรถถัง M48 จำนวน 10 คันแล่นไปที่ด่านชาร์ลี จอดห่างจากเส้นแบ่งเขตแดน 75 เมตร เมื่อข่าวทราบไปถึงกรุงมอสโก ผู้นำโซเวียต นิกิตา ครุสชอฟ (Nikita Khrushchev) ก็สั่งให้ส่งรถถัง T-55 จำนวน 10 คันไปที่ด่านชาร์ลี เผชิญหน้ากับรถถังสหรัฐฯ รถถังโซเวียตแล่นมาจอดห่างจากเส้นแบ่งเขตแดน 75 เมตรเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายเตรียมพร้อมจะปะทะกันได้ตลอดเวลา

ภาพรถถัง T-55 ของสหภาพโซเวียตบริเวณด่านชาร์ลี วันที่ 28 ตุลาคม ปี 1961 (Central Intelligence Agency)

ข่าวการเผชิญหน้าที่เกิดขึ้นส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) ที่กรุงวอชิงตันตกใจมาก รีบเตือนนายพลเคลย์ว่ากรุงเบอร์ลินไม่ได้มีความสำคัญต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เพียงพอจะเป็นประเด็นขัดแย้งกับโซเวียต จากนั้นเคนเนดีก็เจรจากับครุสชอฟ ขอให้โซเวียตเป็นฝ่ายถอนรถถังกลับไปก่อน เพื่อรักษาหน้าสหรัฐฯ ซึ่งครุสชอฟก็ตกลง วันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ.1961 รถถัง T-55 คันแรกของโซเวียตแล่นถอยหลังไปก่อน 10 เมตร จากนั้นรถถัง M48 ของสหรัฐฯก็ถอยหลังไป 10 เมตรเช่นกัน รถถังทั้งสองฝ่ายผลัดกันถอยทีละคันครั้งละ 10 เมตร จนกระทั่งรถถังทั้งหมดออกไปจากบริเวณด่านชาร์ลีในที่สุด รวมระยะเวลาที่รถถังสหรัฐฯและโซเวียตเผชิญหน้ากันที่ด่านชาร์ลีประมาณ 16 ชั่วโมง

สวัสดี

31.05.2020

แสดงความคิดเห็น