เรือลาดตระเวณชั้นสลาว่า เพชรฆาตเรือบรรทุกเครื่องบิน

แม้คนส่วนใหญ่จะรู้จักเรือลาดตระเวณประจัญบานชั้นคิรอฟ (Kirov) ว่าเป็นเรือรบที่สหภาพโซเวียต (รัสเซีย) ออกแบบมาจัดการเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯโดยเฉพาะ แต่ความจริงแล้วโซเวียตยังมีเรืออีกชั้นหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเรือบรรทุกเครื่องบินเช่นเดียวกัน แต่มีราคาถูกกว่า และออกงานบ่อยกว่าเรือชั้นคิรอฟเสียอีก คือเรือลาดตระเวณชั้นสลาว่า (Slava)

โซเวียตเริ่มออกแบบเรือชั้นสลาว่าช่วงปลายยุค 60 และเริ่มต่อเรือช่วงกลางยุค 70 เพื่อเป็นตัวเลือกเรือรบที่มีราคาถูกกว่าเรือชั้นคิรอฟ (ทำนองเดียวกับรถถัง T-72 และ T-80) เรือชั้นสลาว่ามีระวางขับน้ำ 11,490 ตัน (ใกล้เคียงกับเรือหลวงจักรีนฤเบศร) ความยาว 186.4 เมตร ติดอาวุธจรวดต่อต้านเรือรบ P-500 Bazalt (SSN-12-Sandbox) หรือ P-1000 Vulkan จำนวน 16 ลูก จึงได้ฉายาว่าเพชรฆาตเรือบรรทุกเครื่องบิน (Aircraft Carrier Killer) ปัจจุบันจรวดรุ่นนี้ถือว่าค่อนข้างล้าสมัยแล้ว จุดเด่นหลักของเรือชั้นสลาว่าในปัจจุบันจึงกลายเป็นขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศ เนื่องจากบนเรือมีท่อยิงระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300F Fort ถึง 64 ท่อยิง นอกจากนี้ยังมีจรวด Osa-M อีก 40 ลูกและปืน AK-630 อีก 6 แท่น สำหรับอาวุธอื่นๆบนเรือได้แก่ปืนเรือ AK-130 ขนาด 130 มิลลิเมตร ลำกล้องคู่, ระบบจรวดต่อต้านเรือดำน้ำ RBU-6000 Smerch-2 และท่อยิงตอร์ปิโดขนาด 533 มิลลิเมตร สามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์คามอฟ Kamov Ka-25 หรือ Ka-27 Helix ได้ 1 ลำ

ภาพเรือลาดตระเวณ Moskva เรือธงของกองเรือทะเลดำของรัสเซีย ถ่ายเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ปี 2009 (George Chernilevsky/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

โซเวียตมีแผนจะต่อเรือชั้นสลาว่าเข้าประจำการจำนวน 10 ลำ แต่ต่อออกมาได้เพียง 4 ลำเท่านั้น

เรือลำแรกชื่อมัสควา (Moskva เป็นชื่อกรุงมอสโกในภาษารัสเซีย) เข้าประจำการในปี ค.ศ.1982 เป็นเรือธงของกองเรือทะเลดำ (Black Sea Fleet) ตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 เคยเข้าสู่สมรภูมิจริงมาแล้วในช่วงสงครามรัสเซีย-จอร์เจีย เดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.2008 นอกชายฝั่งอับฮาเซีย เมื่อเรือเร็วของจอร์เจีย 4 ลำพยายามฝ่ากองเรือของรัสเซียที่ปิดอ่าวของจอร์เจียออกมา เรือรบรัสเซียใช้ปืนเรือยิงเรือเร็วของจอร์เจียจมไปหนึ่งลำ ส่งผลให้อีกสามลำที่เหลือต้องถอยกลับไป ต่อมาเมื่อสงครามซีเรียเริ่มรุนแรงขึ้น รัสเซียก็ใช้เรือมัสควาเป็นเรือธงกองเรือเฉพาะกิจเมดิเตอเรเนียน แทนที่เรือพิฆาตอัดมิรัล พันเตเลเยฟ (Admiral Panteleyev) จากกองเรือแปซิฟิกในปี ค.ศ.2013 ป้องกันไม่ให้ตะวันตกเข้าแทรกแซงสงครามซีเรีย ต่อมาก็ใช้คุ้มกันกำลังทางอากาศของรัสเซียในซีเรียด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300F ซึ่งบนเรือมีอยู่ถึง 64 ท่อยิง ปัจจุบันเรือมัสควาอยู่ระหว่างซ่อมบำรุงในอู่ที่ไครเมีย

เรือลำที่สองคือมาร์แชล อุสตินอฟ (Marshal Ustinov) ตั้งชื่อตามอดีตรัฐมนตรีกลาโหมโซเวียต เข้าประจำการในปี ค.ศ.1986 สังกัดกองเรือภาคเหนือ (Northern Fleet) ผ่านการปรับปรุงใหญ่ในปี ค.ศ.2012 และกลับเข้าประจำการในปี ค.ศ.2017

เรือลำที่สามชื่อวาร์ยัก (Varyag) แปลว่าไวกิ้ง เข้าประจำการในปี ค.ศ.1989 เป็นเรือธงของกองเรือแปซิฟิก (Pacific Fleet) มีฐานทัพอยู่ที่เมืองวลาดิวอสต็อก เคยเดินทางเยือนประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทยหลายครั้ง นอกจากนี้ยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เรือรัสเซียที่เดินทางเยือนนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2010 เป็นครั้งแรกในรอบ 147 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1863

เรือลำที่สี่ชื่ออูเครน่า (Ukrayina ภาษารัสเซียหมายถึงประเทศยูเครน) ปล่อยลงน้ำเมื่อปี ค.ศ.1990 ยังต่อไม่เสร็จเนื่องจากโซเวียตล่มสลายเสียก่อน แล้วยูเครนไม่มีงบประมาณเพียงพอ ค้างอยู่ในอู่ที่ยูเครนจนถึงปี ค.ศ.2017 ยูเครนตัดสินใจแยกชิ้นส่วนเรือล้ำนี้ขายเป็นเศษเหล็ก ตอนนั้นยูเครนถูกเยาะเย้ยมากว่าต้องแยกชิ้นส่วนเรือรบชื่อยูเครนขาย

สวัสดี

06.06.2020

คลิปเรือลาดตระเวณมัสควา (Moskva)

แสดงความคิดเห็น