ไทโฮ เรือบรรทุกเครื่องบินที่จมเพราะตอร์ปิโดลูกเดียว

ภาพเรือบรรทุกเครื่องบินไทโฮของญี่ปุ่น (Public Domain)

หนึ่งในจุดอ่อนของเรือบรรทุกเครื่องบินญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สองคือดาดฟ้าเรือทำด้วยไม้ แม้จะมีน้ำหนักเบา แต่ก็ส่งผลให้ถูกระเบิดจากเครื่องบินรบข้าศึกเจาะทะลุได้ง่าย การที่ญี่ปุ่นต้องสูญเสียเรือบรรทุกเครื่องบินถึงสี่ลำในสมรภูมิมิดเวย์ (Midway) เดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.1942 เน้นย้ำถึงประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เองญี่ปุ่นจึงทำการต่อเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่คือเรือบรรทุกเครื่องบินไทโฮ (Taiho) หรือนกฟีนิกซ์ยักษ์ ซึ่งมีดาดฟ้าทำด้วยเหล็ก รวมถึงตัวเรือหุ้มเกราะหนา เพื่อแก้ไขจุดอ่อนของเรือบรรทุกเครื่องบินลำก่อนๆ

ญี่ปุ่นเริ่มวางกระดูกงูเรือบรรทุกเครื่องบินไทโฮวันที่ 10 กรกฎาคม ปี ค.ศ.1941 แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นมองเห็นจุดอ่อนของเรือบรรทุกเครื่องบินที่ดาดฟ้าทำด้วยไม้มาตั้งแต่ก่อนสมรภูมิมิดเวย์แล้ว เป็นไปได้ว่าญี่ปุ่นได้แนวคิดของเรือบรรทุกเครื่องบินที่ดาดฟ้าทำด้วยเหล็กมาจากอังกฤษ เนื่องจากเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษออกแบบมาสำหรับปฏิบัติการในทะเลเมดิเตอเรเนียนซึ่งเป็นทะเลกึ่งปิด มีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ขนาบด้วยทวีปยุโรปและแอฟริกาและยังมีหมู่เกาะต่างๆอยู่ไม่ห่างกันมาก ส่งผลให้เรือรบที่ปฏิบัติการในทะเลเมดิเตอเรเนียนมีโอกาสถูกโจมตีจากเครื่องบินรบจำนวนมากจากฐานบินบนฝั่ง จึงต้องออกแบบให้ทนไว้ก่อน ต่างๆจากมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นจึงไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้มากนัก

เรือบรรทุกเครื่องบินไทโฮมีระวางขับน้ำสูงสุด 37,270 ตัน ความยาว 260.6 เมตร ความกว้างสูงสุด 27.4 เมตร กินน้ำลึก 9.6 เมตร ความเร็วสูงสุด 33.3 น๊อต มีเรดาร์สำหรับค้นหาเครื่องบินรบข้าศึกและมีการติดตั้งปืนต่อสู้อากาศยานรุ่นใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามทางอากาศ ไทโฮหุ้มเกราะหนา 152 มิลลิเมตรรอบลำเรือ และดาดฟ้าของไทโฮก็หุ้มเกราะหนา 75 – 80 มิลลิเมตร ราดด้วยยางลาเทกซ์หนา 6 มิลลิเมตรเสริมอีกชั้นหนึ่ง เรียกได้ว่ามีเกราะป้องกันหนากว่าเรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นก่อนหน้าของญี่ปุ่นมาก แต่เกราะที่หนานี้เองทำให้เกิดจุดอ่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเกราะหนามากก็ย่อมมีน้ำหนักมาก ส่งผลให้ปล่องลิฟต์ของไทโฮอยู่ใต้ระดับน้ำทะเล และใต้ปล่องลิฟต์ก็มีถังน้ำมันสำหรับอากาศยานซึ่งเชื่อมติดกับตัวเรือ ส่งผลให้มีโอกาสที่ถังน้ำมันจะปริแตกเมื่อตัวเรือได้รับความกระทบกระเทือน เช่นมีระเบิดหรือตอร์ปิโดระเบิดใกล้ๆตัวเรือ ในส่วนของจำนวนเครื่องบินรบที่บรรทุกได้ ตอนแรกญี่ปุ่นออกแบบให้ไทโฮสามารถรองรับเครื่องบินรบได้ 126 ลำ แต่ภายหลังก็มีการปรับตัวเลขขึ้นลงเรื่อยๆก่อนที่สุดท้ายจะลดลงเหลือเพียง 53 ลำเท่านั้น สาเหตุเพราะเครื่องบินรบของญี่ปุ่นสามารถพับเก็บปีกเครื่องบินได้น้อยมาก ส่งผลให้สิ้นเปลืองพื้นที่

ญี่ปุ่นปล่อยเรือบรรทุกเครื่องบินไทโฮลงน้ำวันที่ 7 เมษายน ค.ศ.1943 ก่อนจะนำเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ.1944 เป็นเรือธงของพลเรือโทจิซาบุโร่ โอซาว่า (Jisaburō Ozawa) มีกำหนดออกรบครั้งแรกในสมรภูมิทะเลฟิลิปปินส์ (Battle of the Philippine Sea) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิหมู่เกาะมาเรียนาในเดือนมิถุนายน ร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบินลำอื่นๆของญี่ปุ่นอีก 8 ลำ

ช่วงเช้าวันที่ 19 มิถุนายน ระหว่างเรือบรรทุกเครื่องบินไทโฮกำลังส่งเครื่องบินรบขึ้นจากเรือ เรือดำน้ำแอลบาคอร์ (USS Albacore) ของสหรัฐฯซึ่งติดตามไทโฮมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ได้ตำแหน่งยิงที่เหมาะสม จึงยิงตอร์ปิโดใส่ไทโฮจำนวน 6 ลูก ในจำนวนนี้พลาดเป้าไป 4 ลูก ส่วนอีก 2 ลูกที่เหลือมีนักบินญี่ปุ่นนายหนึ่งสังเกตเห็นตอร์ปิโดพอดีจึงสละชีพขับเครื่องบินดิ่งลงไปชนตอร์ปิโดระเบิดไป 1 ลูก แต่ตอร์ปิโดอีกลูกหนึ่งโดนเป้าหมายเข้าอย่างจังบริเวณปล่องลิฟต์และถังน้ำมันสำหรับอากาศยานของไทโฮ ส่งผลให้ลิฟต์ขัดข้องไม่สามารถใช้ขนส่งเครื่องบินรบได้ รวมถึงมีน้ำมันรั่วขึ้นมาตามปล่องลิฟต์

ในช่วงแรกเรือบรรทุกเครื่องบินไทโฮได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่งผลให้ทีมควบคุมความเสียหายของญี่ปุ่นซึ่งได้รับการฝึกมาไม่ดีพอ เกิดความชะล่าใจ เน้นซ่อมแซมความเสียหายบริเวณปล่องลิฟต์ก่อนเพื่อให้ใช้ทำการรบต่อได้ โดยไม่ได้สนใจถังน้ำมันที่กำลังรั่ว ส่งผลให้เกิดไอน้ำมันสะสมภายในตัวเรือ การที่ดาดฟ้าเรือหุ้มเกราะหนาก็เป็นอุปสรรคต่อการระบายอากาศเช่นกัน กว่าญี่ปุ่นจะรู้ตัวเปิดระบบระบายอากาศของตัวเรือก็สายไปเสียแล้ว หลังจากไทโฮถูกยิงด้วยตอร์ปิโดลูกเดียวผ่านไปประมาณหกชั่วโมงครึ่ง ก็เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงต่อเนื่องไม่สามารถควบคุมได้ พลเรือโทโอซาว่าต้องการจมไปพร้อมกับเรือ แต่นายทหารคนสนิทช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้อพยพไปเรือลาดตระเวณฮากุโร่ (Haguro) แทน หลังจากนั้นไม่นานไทโฮก็เกิดระเบิดซ้ำอีกครั้งหนึ่งและจมลงในที่สุด มีลูกเรือเสียชีวิตถึง 1,650 นายจากทั้งหมด 2,150 นาย ปิดตำนานหนึ่งในเรือบรรทุกเครื่องบินที่แข็งแกร่งที่สุดของญี่ปุ่น จมลงหลังถูกยิงด้วยตอร์ปิโดลูกเดียวจากเรือดำน้ำสหรัฐฯ

สวัสดี

30.08.2020

แสดงความคิดเห็น