ไต้หวันปฏิเสธไม่ได้ยิงเครื่องบินขับไล่ซู-35 ของจีนตก

ภาพเครื่องบินขับไล่ Su-35 ของรัสเซียในงาน MAKS-2015 (Dmitry Terekhov/ Flickr)

มีข่าวจาก Al-Masdar News กระทรวงกลาโหมไต้หวันออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่าไม่ได้ยิงเครื่องบินขับไล่ Su-35 ของจีนตกตามข่าวลือที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย ไต้หวันบอกว่าเรื่องนี้เป็นข่าวปลอม ไม่เป็นความจริง

ส่วนตัวผมไม่แปลกใจเลยครับ เพราะตอนที่เริ่มมีข่าวลือว่าไต้หวันใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงเครื่องบินขับไล่ Su-35 ของจีนตกนั้น ไม่มีข่าวในสื่อหลักเลย แม้แต่สื่อจีนและไต้หวันก็เงียบกริบ ประเทศที่มีการแชร์ข่าวออกไปมากที่สุดกลับเป็นอินเดีย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอีกเช่นกัน เพราะตอนนี้อินเดียกำลังเห่อเครื่องบินขับไล่ Rafale จากฝรั่งเศสที่พึ่งรับมอบมาใหม่ครับ พยายามเคลมว่ามีขีดความสามารถเหนือกว่าทั้งเครื่องบินขับไล่ Su-35 และ J-20 ที่จีนใช้งานอยู่ ข่าวลือว่า Su-35 ของจีนถูกไต้หวันยิงตก ย่อมเป็นผลดีต่อการโฆษณาชวนเชื่อ สร้างขวัญกำลังใจของคนอินเดีย

จีนเป็นลูกค้าต่างประเทศของเครื่องบินขับไล่ Su-35 ประเทศแรก จีนเริ่มเจรจาจัดหา Su-35 จากรัสเซียตั้งแต่ปี 2011 แต่เกิดความล่าช้า ไม่สามารถตกลงกันได้ สาเหตุเพราะจีนต้องการจัดหา Su-35 จำนวนน้อยที่สุดเพื่อศึกษาเทคโนโลยีเท่านั้น ขณะที่รัสเซียก็รู้ว่าจีนต้องการจะก็อป Su-35 แน่ จึงพยายามจะให้จีนจัดหาจำนวนมากที่สุดเพื่อให้คุ้มค่ากับที่จะโดนก็อป สุดท้ายในเดือนพฤศจิกายน 2015 จีนเซ็นสัญญาจัดหา Su-35 จำนวน 24 ลำจากรัสเซีย มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านเหรียญ เริ่มส่งมอบชุดแรก 4 ลำเมื่อเดือนธันวาคม 2016 ชุดถัดมา 10 ลำเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ.2017 ส่วนที่เหลือส่งมอบครบช่วงปลายปี 2018 ถึงต้นปี 2019 ความจริงรัสเซียต้องการให้จีนจัดหาจำนวนมากกว่านี้ เคยมีข่าวว่ารัสเซียต้องการขาย Su-35 ให้จีนจำนวน 48 ลำ แต่เพราะวิกฤตยูเครน ส่งผลให้รัสเซียถูกตะวันตกกดดัน จำเป็นต้องใกล้ชิดจีนมากขึ้น อำนาจต่อรองของรัสเซียจึงลดลง การที่จีนจัดหา Su-35 และระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 จากรัสเซีย ส่งผลให้สหรัฐฯคว่ำบาตรจีนตามกฎหมาย Countering America’s Adversaries Through Sanctions Act หรือ CAATSA เป็นประเทศแรกและประเทศเดียวที่ถูกสหรัฐฯคว่ำบาตรด้วยกฎหมายนี้ ส่วนประเทศอื่นๆเช่นตุรกี อินเดีย ฯลฯ สหรัฐฯยังลังเลไม่กล้าคว่ำบาตร เพราะเป็นพันธมิตรสำคัญ

สวัสดี

04.09.2020

แสดงความคิดเห็น