ระเบิดบิน V-1 อาวุธล้างแค้นของฮิตเลอร์ จรวดร่อนรุ่นแรกของโลก

ภาพระเบิดบิน V-1 โดย Jens Junge จาก Pixabay

ในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพอากาศเยอรมัน (Luftwaffe) ครองน่านฟ้ายุโรป ให้การสนับสนุนหน่วยยานเกราะในสงครามสายฟ้าแลบ (Blitzkrieg) พิชิตโปแลนด์ สแกนดิเนเวีย และยุโรปตะวันตกได้ในเวลาไม่กี่เดือน อย่างไรก็ตามหลักนิยมและเครื่องบินรบของกองทัพอากาศเยอรมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์พิสัยไกล เห็นได้จากเยอรมันมีเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลางสองเครื่องยนต์เท่านั้น ไม่ได้มีเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกลสี่เครื่องยนต์แบบป้อมบินของฝ่ายสัมพันธมิตร เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้กองทัพอากาศเยอรมันพ่ายแพ้ในยุทธเวหาเหนือเกาะอังกฤษ (Battle of Britain) สูญเสียเครื่องบินรบและนักบินจำนวนมาก หลังจากนั้นเมื่อเยอรมันเปิดแนวรบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กองทัพอากาศเยอรมันก็ถูกบีบให้ต้องกระจายกำลังรบที่มีอยู่จำกัดออกไป จนเกินขีดความสามารถที่จะรองรับได้ ส่งผลให้ฝ่ายสัมพันธมิตรค่อยๆครองน่านฟ้าได้ในที่สุด โดยเฉพาะในยุโรปตะวันตกที่สหรัฐฯและอังกฤษสามารถส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดนับพันลำเข้ามาทิ้งระเบิดปูพรมเมืองต่างๆของเยอรมนีราบเป็นหน้ากลองไปทีละเมืองเช่นโคโลญ ฮัมบูร์ก เดรสเดน ฯลฯ ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของชาวเยอรมัน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) จึงมีคำสั่งให้กองทัพอากาศเยอรมันหาทางตอบโต้ เมื่อเยอรมันไม่มีเครื่องบินรบมากพอจะกลับไปทิ้งระเบิดอังกฤษได้ ก็ต้องหาทางให้ระเบิดบินไปถึงอังกฤษด้วยตัวเอง โครงการระเบิดบินซึ่งวิศวกรเยอรมันเคยเริ่มไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1935 แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนมากนักจึงถูกปัดฝุ่นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเข้าสู่สายการผลิตในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ.1943 กองทัพเยอรมันเริ่มสร้างแท่นยิงระเบิดบินทางภาคเหนือของฝรั่งเศสในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน จนกระทั่งพร้อมใช้งานในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1944 ได้รับการตั้งชื่อโดยนักข่าวหนังสือพิมพ์โฆษณาชวนเชื่อ Das Reich ว่า Vergeltungswaffen หรืออาวุธล้างแค้น ซึ่งภายหลังฮิตเลอร์ก็อนุมัติให้ใช้ชื่อนี้อย่างเป็นทางการ มีตัวอักษรย่อว่า V-1 (ภายหลังจะมีขีปนาวุธรุ่นแรกของโลกชื่อ V-2 ติดตามมา)

ระเบิดบิน V-1 มีน้ำหนักประมาณ 2 ตัน (หัวรบหนัก 850 กิโลกรัม) ขนาดยาวประมาณ 8 เมตร กว้าง 5.5 เมตร มีความเร็วประมาณ 580 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะยิงประมาณ 240 กิโลเมตร ออกแบบมาให้ผลิตได้ง่าย ราคาถูก ไม่แม่นยำมากนัก ใช้รางในการปล่อยไปในทิศทางที่ต้องการด้วยระบบคาตาพัลท์ คล้ายกับเรือบรรทุกเครื่องบินในปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า V-1 เป็นจรวดร่อนรุ่นแรกของโลก

เยอรมันยิงระเบิดบิน V-1 ใส่อังกฤษครั้งแรกในช่วงเช้าวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ.1944 หนึ่งสัปดาห์หลังการยกพลขึ้นบกในวัน D-Day การโจมตีของ V-1 ครั้งแรกส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และมีผู้ที่ที่อยู่อาศัยถูกทำลายอีก 266 คน หลังจากนั้นเยอรมันก็ยิง V-1 ใส่กรุงลอนดอนทุกวัน วันละ 100 – 150 ลูก (บางวันยิงออกมามากกว่า 300 ลูก) เป็นเวลาประมาณ 7 สัปดาห์ รวมจำนวน V-1 ที่ถูกยิงใส่ลอนดอนมากกว่า 8,000 ลูก ในจำนวนนี้เข้าเป้าประมาณ 2,500 ลูก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,000 คน บาดเจ็บประมาณ 18,000 คน เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรปลดปล่อยฝรั่งเศสจากกองทัพเยอรมันได้ในเดือนสิงหาคม-กันยายน ค.ศ.1944 การระดมยิง V-1 จากฐานยิงในฝรั่งเศสใส่กรุงลอนดอนก็ค่อยๆลดลง ก่อนจะยุติลงในวันที่ 7 กันยายน เยอรมันแก้ปัญหาด้วยการดัดแปลง V-1 ให้สามารถปล่อยจากเครื่องบินทิ้งระเบิดเช่น Heinkel He 111 ได้ โดยเครื่องบินทิ้งระเบิดเยอรมันจะบินในเพดานบินต่ำผ่านทะเลเหนือ หลบเรดาร์ของอังกฤษ เมื่อเข้าสู่ระยะยิงก็จะไต่ระดับขึ้นก่อนจะปล่อย V-1 ออกไปแล้ววกกลับฐาน มี V-1 ถูกปล่อยออกไปด้วยวิธีนี้ประมาณ 1,600 ลูก อย่างไรก็ตาม V-1 ที่ปล่อยจากเครื่องบินทิ้งระเบิดนั้นขาดความแม่นยำและมักจะระเบิดก่อนถึงเป้าหมาย บางครั้งก็ส่งผลให้เครื่องบินทิ้งระเบิดได้รับความเสียหายไปด้วย กองทัพอากาศเยอรมันสูญเสียเครื่องบินทิ้งระเบิดไป 77 ลำจากอุบัติเหตุในการปล่อย V-1

ถึงตอนนี้แม้ฐานยิง V-1 บนบกของเยอรมันที่เหลืออยู่ จะมีระยะยิงไม่ถึงอังกฤษแล้ว แต่ก็ไม่ถึงกับไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เป้าหมายใหม่ของเยอรมันคือเมืองท่าแอนต์เวิร์ปของเบลเยียม ฐานส่งกำลังบำรุงสำคัญของฝ่ายสัมพันธมิตร ระหว่างเดือนตุลาคม ค.ศ.1944 ถึงเดือนมีนาคม ค.ศ.1945 เยอรมันยิง V-1 ใส่เบลเยียมเกือบ 12,000 ลูก มากกว่าที่ยิงใส่ลอนดอนเสียอีก แต่ทว่าในจำนวนนี้มีเพียง 211 ลูกที่ตกในแอนต์เวิร์ป ระหว่างนี้เยอรมันก็พัฒนา V-1 รุ่นใหม่ชื่อ F-1 ซึ่งมีระยะยิงไกลขึ้นเพื่อจะได้ยิงถึงอังกฤษจากฐานยิงในเนเธอร์แลนด์ เยอรมันยิง F-1 ใส่อังกฤษจำนวน 275 ลูก แต่มีเพียง 13 ลูกเท่านั้นที่ยิงถึงลอนดอน

กองทัพสหรัฐฯได้นำระเบิดบิน V-1 ที่ยึดได้ไปทำวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse engineering) ออกมาชื่อว่า JB-2 Loon หรือ Thunderbug มีขนาดใหญ่กว่า V-1 เล็กน้อย หลังจากนั้นก็มีการพัฒนารุ่นปล่อยจากเรือรบชื่อ KGW สหรัฐฯวางแผนจะใช้ระเบิดบินเหล่านี้ในการบุกเกาะใหญ่ของญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นยอมแพ้เสียก่อน ทางด้านสหภาพโซเวียตก็สามารถยึด V-1 ได้จากสนามทดสอบในโปแลนด์ และนำไปพัฒนาเป็นเวอร์ชันของตัวเองชื่อ 10Kh หรือ Izdeliye 10

สวัสดี

29.09.2020

แสดงความคิดเห็น