ภารกิจสุดท้ายของเรือประจัญบานยามาโตะ ปฏิบัติการเท็งโง

ช่วงต้นปี ค.ศ.1945 สถานการณ๋ของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มเข้าตาจน ฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิด B-29 Superfortress ของสหรัฐฯขึ้นบินจากสนามบินในหมู่เกาะมาเรียนา ระดมทิ้งระเบิดเพลิงถล่มเมืองสำคัญๆบนเกาะใหญ่ของญี่ปุ่นรวมถึงกรุงโตเกียว วันที่ 26 มีนาคม สหรัฐฯสามารถยึดครองเกาะอิโวจิมาได้หลังการสู้รบดุเดือดนานหนึ่งเดือน และต่อมาวันที่ 1 เมษายนก็ยกพลขึ้นบกที่เกาะโอกินาวา หน้าด่านสุดท้ายก่อนจะถึงเกาะใหญ่ของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นจำเป็นต้องหาทางตอบโต้อย่างเร่งด่วน จักรพรรดิฮิโรฮิโตะ (Hirohito) ทรงประชุมร่วมกับคณะนายทหารระดับสูงเกี่ยวกับแผนการป้องกันเกาะโอกินาวา บนเกาะมีทหารญี่ปุ่นมากกว่า 100,000 นายพร้อมจะสู้จนตัวตาย นอกจากนี้กองทัพบกญี่ปุ่นยังเตรียมเครื่องบินกามิกาเซ่ (Kamikaze) ไว้หลายพันลำ พร้อมจะพลีชีพพุ่งชนเรือรบสหรัฐฯ (ขณะนั้นญี่ปุ่นไม่มีกองทัพอากาศ มีแต่ฝูงบินกองทัพบกและกองทัพเรือ) หลังจากทรงรับฟังอยู่ครู่หนึ่ง จักรพรรดิฮิโรฮิโตะก็ทรงหันไปตรัสถามผู้บัญชาการทหารเรือว่า “แล้วกองทัพเรือล่ะ ?”

คำถามสั้นๆของพระจักรพรรดิสร้างแรงกดดันให้กองทัพเรือญี่ปุ่นมาก เพราะในแผนการป้องกันเกาะโอกินาวาที่คณะนายทหารพึ่งบรีฟให้จักรพรรดิฟังนั้น ดูเหมือนว่ากองทัพบกรับภาระหนักแต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่กองทัพเรือไม่ได้ทำอะไรเลยซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกำลังรบทางเรือของญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดได้ถูกทำลายไปในยุทธนาวีทะเลฟิลิปปินส์ (Battle of the Philippine Sea) และยุทธนาวีอ่าวเลย์เต (Battle of Leyte Gulf) ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เพราะแรงกดดันนี้เองส่งผลให้กองทัพเรือต้องหาทางทำอะไรบางอย่าง ความหวังสุดท้ายของญี่ปุ่นจึงถูกฝากไว้กับเรือประจัญบานยามาโตะ (Yamato)

ภาพเรือประจัญบานยามาโตะระหว่างทดสอบในทะเล 30 ตุลาคม ค.ศ.1941 (Public Domain)

วันที่ 6 เมษายน เวลา 16 นาฬิกา ญี่ปุ่นเริ่มปฏิบัติการเท็งโง (Operation Ten-Go) เรือประจัญบานยามาโตะ พร้อมกับเรือลาดตระเวณยาฮางิ (Yahagi) และเรือพิฆาต 8 ลำ ออกจากฐานทัพเรือมุ่งตรงไปเกาะโอกินาวา มีเป้าหมายเพื่อทำลายกองเรือสหรัฐฯนอกชายฝั่งโอกินาวา ร่วมกับการโจมตีของเครื่องบินกามิกาเซ่ กองเรือญี่ปุ่นมีน้ำมันพอสำหรับขาไปเท่านั้น ไม่มีน้ำมันสำหรับขากลับ ตามแผนของญี่ปุ่นหลังจากจมกองเรือสหรัฐฯได้แล้ว ยามาโตะก็จะแล่นขึ้นเกยฝั่งโอกินาวา ทำหน้าที่เสมือนกับเป็นป้อมปืนป้องกันชายฝั่ง ขณะที่ลูกเรือบางส่วนก็จะขึ้นฝั่งไปช่วยทหารญี่ปุ่นบนเกาะทำการรบเสมือนกับเป็นทหารบก เรียกได้ว่าเป็นปฏิบัติการพลีชีพอย่างแท้จริง กองเรือของญี่ปุ่นมีเรือรบเพียง 10 ลำ ในขณะที่กองเรือสหรัฐฯที่ลอยลำอยู่นอกชายฝั่งโอกินาวาคอยคุ้มกันกองเรือยกพลขึ้นบกอยู่นั้น มีเรือประจัญบาน 6 ลำ เรือลาดตระเวณ 7 ลำ และเรือพิฆาต 21 ลำ ต่อให้เรือรบปะทะกันตรงๆ ญี่ปุ่นก็แทบไม่มีโอกาสชนะเลย แต่ก่อนที่กองเรือญี่ปุ่นจะเข้าถึงกองเรือสหรัฐฯได้ ก็ต้องผ่านฝูงบินจากเรือบรรทุกเครื่องบิน 8 ลำซึ่งวางกำลังอยู่ทางตะวันออกของโอกินาวาก่อน

ช่วงเช้ามืดวันที่ 7 เมษายน กองเรือของญี่ปุ่นแล่นผ่านคาบสมุทรโอสุมิ ทางใต้ของเกาะคิวชู ด้วยความเร็ว 20 นอต เรือลาดตระเวณยาฮางิแล่นนำหน้าเรือประจัญบานยามาโตะ มีเรือพิฆาตล้อมวงอยู่โดยรอบ ระหว่างทางปรากฏว่าเรือพิฆาตลำหนึ่งเกิดเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องต้องวกกลับฐานไปก่อน ส่วนลำอื่นๆยังคงเดินหน้าต่อไป เวลาประมาณ 10 นาฬิกา เครื่องบินลาดตระเวณของสหรัฐฯ 2 ลำตรวจพบกองเรือของญี่ปุ่นแล้วเริ่มติดตาม เรือประจัญบานยามาโตะทำการยิงกระสุนชนิดที่สาม (Sanshikidan) สำหรับต่อสู้อากาศยานหรือที่นิยมเรียกกันว่ากระสุนรังผึ้ง (Beehive) จากปืนเรือขนาด 460 มิลลิเมตรใส่เครื่องบินลาดตระเวณของสหรัฐฯแต่พลาดเป้า ทางด้านกองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯเมื่อได้รับรายงานเกี่ยวกับตำแหน่งกองเรือญี่ปุ่นแล้วก็เริ่มทยอยส่งเครื่องบินรบ ประกอบด้วยเครื่องบินขับไล่ F6F Hellcat, F4U Corsair, เครื่องบินดำทิ้งระเบิด SB2C Helldiver และเครื่องบินตอร์ปิโด TBF Avenger รวมกันเกือบ 400 ลำ แบ่งเป็นหลายระลอกเข้าโจมตีกองเรือญี่ปุ่น

ภาพเรือประจัญบานยามาโตะแล่นหลบระเบิดและตอร์ปิโดของเครื่องบินรบสหรัฐฯ
(U.S. Navy photo NH 62581/ Public Domain)

ฝูงบินของสหรัฐฯระลอกแรกเริ่มทยอยมาถึงเวลาประมาณ 12 นาฬิกา โดยเครื่องบินขับไล่บินนำขบวนมาก่อน เตรียมจัดการกับเครื่องบินขับไล่ญี่ปุ่นที่อาจคุ้มกันเรือประจัญบานยามาโตะอยู่ แต่แล้วนักบินสหรัฐฯก็ต้องประหลาดใจที่พบว่ากองเรือญี่ปุ่นไม่มีการคุ้มกันทางอากาศ ฝูงบินของสหรัฐฯจึงสามารถบินวนรอบยามาโตะจากระยะปลอดภัยเพื่อจัดรูปขบวนเข้าโจมตีได้โดยสะดวก เวลาประมาณ 12 นาฬิกา 30 นาที ลูกเรือของยามาโตะก็สังเกตเห็นฝูงบินของสหรัฐฯ ยามาโตะเร่งความเร็วเป็น 24 นอตแล้วเปิดฉากยิงปืนต่อสู้อากาศยานที่มีอยู่เกือบ 150 กระบอก รวมถึงปืนเรือขนาด 460 มิลลิเมตรใส่เครื่องบินสหรัฐฯ แม้ยามาโตะจะมีปืนต่อสู้อากาศยานจำนวนมาก แต่เนื่องจากพลประจำปืนต้องเล็งเป้าด้วยสายตา ไม่มีเรดาร์ช่วย ส่งผลให้ขาดความแม่นยำ ทางด้านฝูงบินสหรัฐฯก็เปิดฉากเข้าโจมตีเช่นกัน โดยเครื่องบินขับไล่รับหน้าที่จัดการกับปืนต่อสู้อากาศยานของยามาโตะ ขณะที่เครื่องบินดำทิ้งระเบิดดิ่งลงมาโจมตีจากด้านบน ช่วยดึงดูดความสนใจให้เครื่องบินตอร์ปิโดเข้าโจมตียามาโตะจากทางด้านซ้ายเพียงด้านเดียว หวังจะให้ยามาโตะพลิกคว่ำ ใช้บทเรียนจากการจมเรือประจัญบานมูซาชิ (Musashi) เรือพี่น้องของยามาโตะในยุทธนาวีอ่าวเลย์เต ในการโจมตีทางอากาศระลอกแรก ยามาโตะโดนระเบิด 2 ลูกและตอร์ปิโด 1 ลูก แต่ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก เรือลาดตระเวณยาฮางิโดนตอร์ปิโด 1 ลูกเข้าที่บริเวณเครื่องยนต์ส่งผลให้เรือกลายเป็นเป้านิ่ง และต่อมาก็โดนตอร์ปิโดซ้ำอีก 6 ลูกและระเบิด 12 ลูกจากการโจมตีทางอากาศระลอกถัดๆไปจมลงในที่สุด นอกจากนี้ยังมีเรือพิฆาตได้รับความเสียหายอีก 2 ลำ ลำหนึ่งจมลงในเวลาต่อมา

ฝูงบินสหรัฐฯทำการโจมตีทางอากาศซ้ำอีกหลายระลอกระหว่างเวลา 13.20 น. และ 14.15 น. ยามาโตะโดนระเบิด 15 ลูกและตอร์ปิโดอย่างน้อย 8 ลูก ตอร์ปิโดส่วนใหญ่ถูกยิงมาจากด้านซ้าย ส่งผลให้ยามาโตะค่อยๆเอียงลงไปทางกราบซ้าย 15 องศา ความเร็วลดลงเหลือ 18 นอต หน่วยควบคุมความเสียหายของยามาโตะตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์ด้วยการปล่อยน้ำเข้าทางกราบขวาเรือเพื่อปรับสมดุล แม้จะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ก็ส่งผลให้ลูกเรือหลายร้อยนายที่ไม่ได้รับการเตือนล่วงหน้าจมน้ำตาย และความเร็วเรือลดลงเหลือเพียง 10 นอต ทันใดนั้นสหรัฐฯก็โจมตีทางอากาศซ้ำอีกระลอกหนึ่งด้วยเครื่องบิน 110 ลำ ยามาโตะโดนตอร์ปิโดอีก 3 ลูก ส่งผลให้หางเสือขัดข้อง ยามาโตะเริ่มแล่นตีวงไปทางซ้ายๆเรื่อยๆไม่สามารถควบคุมได้ ความเร็วเรือลดลงมาก กลายเป็นเป้านิ่งให้เครื่องบินรบสหรัฐฯโจมตีได้โดยสะดวก ลูกเรือยามาโตะได้รับคำสั่งให้สละเรือในเวลา 14.02 น. ไม่กี่นาทีต่อมายามาโตะก็หยุดนิ่งแล้วค่อยๆเอียงไปทางกราบซ้ายจนพลิกคว่ำในเวลา 14.20 น. จากนั้นเวลา 14.23 น. ยามาโตะก็เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง มีควันรูปดอกเห็ดลอยสูงขึ้นไปถึง 6 กิโลเมตร ลูกเรือยามาโตะประมาณ 3,000 นายรวมถึงกัปตันจมไปพร้อมกับเรือ เรือพิฆาตญี่ปุ่น 2 ลำรวมถึงลำที่เครื่องยนต์ขัดข้องแยกตัวออกไปก่อนหน้านี้ถูกเครื่องบินรบสหรัฐฯถล่มจนจมลง เรือพิฆาตลำหนึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักแต่สามารถเอาตัวรอดกลับไปญี่ปุ่นได้ เหลือเรือพิฆาตอีก 3 ลำที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย สามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากเรือยามาโตะจำนวน 280 นายและจากเรือยาฮางิจำนวน 555 นายขึ้นจากทะเลได้

ภาพเรือประจัญบานยามาโตะแล่นตีวงทางซ้ายขณะกำลังไฟไหม้
(U.S. Navy photo NH 62580/ Public Domain)
ภาพการระเบิดของเรือประจัญบานยามาโตะ (U.S. Navy photo 80-G-413914/ Public Domain)

ในช่วงเวลาเดียวกันญี่ปุ่นก็ส่งฝูงบินกามิกาเซ่ประมาณ 115 ลำเข้าโจมตีกองเรือของสหรัฐฯที่โอกินาวา แต่ทว่าเครื่องบินกามิกาเซ่ส่วนใหญ่ถูกยิงตกก่อนจะเข้าถึงเรือรบสหรัฐฯได้ มีเรือรบสหรัฐฯได้รับความเสียหายเพียง 3 ลำเท่านั้น ประกอบด้วยเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือประจัญบาน และเรือพิฆาตอย่างละ 1 ลำ

สรุปผลปฏิบัติการเท็งโง ญี่ปุ่นสูญเสียเรือประจัญบานยามาโตะ เรือลาดตระเวณยาฮางิ เรือพิฆาต 4 ลำ และเครื่องบินกามิกาเซ่ประมาณ 100 ลำ ทหารญี่ปุ่นเสียชีวิตประมาณ 4,000 นาย ขณะที่สหรัฐฯสูญเสียเครื่องบินรบไปเพียง 10 ลำ นักบินเสียชีวิต 12 นาย นอกจากนี้ก็มีเรือรบ 3 ลำที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากการโจมตีของเครื่องบินกามิกาเซ่ มีลูกเรือเสียชีวิตและบาดเจ็บรวมกันไม่ถึง 200 นาย กล่าวได้ว่าปฏิบัติการพลีชีพของเรือประจัญบานยามาโตะแทบไม่มีผลอะไรกับการรบที่โอกินาวาเลย และสหรัฐฯก็สามารถยึดเกาะโอกินาวาได้ในวันที่ 21 มิถุนายน

สวัสดี

15.10.2020

แสดงความคิดเห็น