เมื่อกัปตันเรือลาดตระเวณเยอรมันเสนอให้กัปตันเรือพิฆาตอังกฤษได้เหรียญกล้าหาญ

ช่วงปลายปี ค.ศ.1939 ถึงต้นปี ค.ศ.1940 ทั้งอังกฤษและเยอรมนีต่างก็จับจ้องไปที่ประเทศนอร์เวย์และคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย เนื่องจากเยอรมนีต้องพึ่งพาแร่เหล็กนำเข้าจากสวีเดน ส่งผ่านเมืองท่านาร์วิกของนอร์เวย์ ขณะที่อังกฤษก็ต้องการปิดล้อมเยอรมนี ไม่ให้ทรัพยากรต่างๆรวมถึงแร่เหล็กของสวีเดนถูกส่งไปถึงเยอรมนีได้ วันที่ 5 เมษายน ค.ศ.1940 กองเรือของอังกฤษประกอบด้วยเรือลาดตระเวณประจัญบานรีนาวน์ (HMS Renown) เรือพิฆาตโกลวเวิร์ม (HMS Glowworm), เรือพิฆาตเกรย์ฮาวด์ (HMS Greyhound), เรือพิฆาตฮีโร่ (HMS Hero) และเรือพิฆาตไฮเพอร์เรียน (HMS Hyperion) เริ่มปฏิบัติการวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำของนอร์เวย์ แต่ระหว่างปฏิบัติภารกิจอยู่ในวันที่ 7 เมษายน เกิดอุบัติเหตุลูกเรือนายหนึ่งพลัดตกทะเล ส่งผลให้เรือพิฆาตโกลวเวิร์มต้องแยกตัวออกจากกองเรือหลักเพื่อออกตามหา

เรือพิฆาตโกลวเวิร์มเป็นหนึ่งในเรือพิฆาตชั้นจี (G-class destroyer) ปล่อยลงน้ำและเข้าประจำการช่วงกลางทศวรรษ 1930 มีขนาดยาว 98.5 เมตร ระวางขับน้ำสูงสุด 1,883 ตัน ความเร็วสูงสุด 36 นอต ติดอาวุธปืนเรือขนาด 120 มิลลิเมตร 4 กระบอก ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 12.7 มิลลิเมตร 4 ลำกล้อง 2 แท่น ท่อยิงตอร์ปิโดขนาด 533 มิลลิเมตรแบบ 4 ท่อ 2 แท่น และระเบิดน้ำลึก 20 ลูก

ภาพเรือพิฆาต HMS Glowworm ของอังกฤษในปี ค.ศ.1937 (Imperial War Museum © IWM FL 1971)

ขณะที่อังกฤษกำลังวางทุ่นระเบิดในน่านน้ำนอร์เวย์ กองทัพเยอรมันก็เริ่มปฏิบัติการเวเซอร์อือบุง (Operation Weserübung) บุกเข้ายึดครองเดนมาร์กและนอร์เวย์ กองเรือเยอรมันกองหนึ่งนำโดยเรือลาดตระเวณหนักอัดมิรัลฮิปเปอร์ (KMS Admiral Hipper) มุ่งหน้าไปเมืองท่าทรอนด์เฮมของนอร์เวย์ มีเรือพิฆาต Z11 Bernd von Arnim และ Z18 Hans Lüdemann แล่นนำหน้ามา เกิดปะทะกับเรือพิฆาตโกลวเวิร์มในช่วงเช้าวันที่ 8 เมษายน เวลาประมาณ 8 นาฬิกา

เรือลาดตระเวณหนักอัดมิรัลฮิปเปอร์ ตั้งชื่อตามพลเรือเอกฟรานซ์ ฟอน ฮิปเปอร์ (Franz von Hipper) นายทหารเรือเยอรมันสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เป็นเรือลำแรกในชั้นอัดมิรัลฮิปเปอร์ (เรือพี่น้องคือบลือเชอร์ Blücher และปรินซ์ออยเก้น Prinz Eugen) เริ่มวางกระดูกงูวันที่ 6 กรกฎหาคม ค.ศ.1935 ปล่อยลงน้ำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1937 และเข้าประจำการในกองทัพเรือเยอรมันวันที่ 29 เมษายน ค.ศ.1939 มีขนาดยาว 202.8 เมตร ระวางขับน้ำสูงสุด 18,200 ตัน ความเร็วสูงสุด 32 นอต ติดอาวุธปืนเรือขนาด 203 มิลลิเมตร 8 กระบอกในป้อมปืน 4 ป้อม ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 105 มิลลิเมตร 12 กระบอก ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 37 มิลลิเมตร 12 กระบอก ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 20 มิลลิเมตร 8 กระบอก และท่อยิงตอร์ปิโดขนาด 533 มิลลิเมตร 12 ท่อ นอกจากนี้ยังบรรทุกเครื่องบินทะเล Arado Ar 196 อีก 3 ลำ

ภาพเรือลาดตระเวณหนัก Admiral Hipper ของเยอรมนีในปี ค.ศ.1939
(Bundesarchiv, DVM 10 Bild-23-63-24 / CC-BY-SA 3.0)

เมื่อเรือพิฆาตของเยอรมัน 2 ลำเข้าปะทะกับเรือพิฆาตโกลวเวิร์มของอังกฤษได้ระยะหนึ่ง ก็ขอการสนับสนุนจากเรือลาดตระเวณหนักอัดมิรัลฮิปเปอร์ที่แล่นตามมา อัดมิรัลฮิปเปอร์มองเห็นโกลวเวิร์มเวลา 9 นาฬิกา 50 นาที แต่กว่าจะเริ่มทำการยิงก็ใช้เวลาถึง 8 นาที เนื่องจากต้องแยกแยะเป้าหมายเรือพิฆาตอังกฤษจากเรือพิฆาตเยอรมันก่อน ขณะที่โกลวเวิร์มก็เข้าใจผิดว่าเรือรบขนาดใหญ่ที่ปรากฏตัวขึ้นนั้นเป็นเรือรบอังกฤษ จึงไม่ได้อาศัยจังหวะเวลาดังกล่าวหนีไปแต่อย่างใด กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว อัดมิรัลฮิปเปอร์เปิดฉากยิงปืนเรือขนาด 203 มิลลิเมตรใส่โกลวเวิร์มหลายชุด กระสุนชุดที่สี่ยิงถูกโกลวเวิร์มอย่างจัง ส่งผลให้เกิดการระเบิดและมีควันลุก ทางเลือกเดียวของโกลวเวิร์มตอนนี้คือพยายามสร้างความเสียหายให้อัดมิรัลฮิปเปอร์ให้มากที่สุดก่อนที่จะถูกจม โกลวเวิร์มพยายามปล่อยม่านควันพรางตัวเพื่อถ่วงเวลาขณะเตรียมตอร์ปิโด แต่อัดมิรัลฮิปเปอร์มีเรดาร์ค้นหาเป้าหมาย ส่งผลให้ม่านควันใช้ไม่ได้ผล พอโกลวเวิร์มโผล่ออกมาจากม่านควันก็พบว่าอัดมิรัลฮิปเปอร์ได้เข้ามาประชิดในระยะยิงของปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 105 มิลลิเมตร โกลวเวิร์มถูกยิงเข้าใส่อีกหลายนัด ส่งผลให้ป้อมปืนเรือด้านหน้า หอบังคับการ ห้องวิทยุ และเสาเรือถูกทำลาย วงจรไฟฟ้าของโกลวเวิร์มขัดข้อง ส่งผลให้สัญญาณไซเรนส่งเสียงโหยหวนไม่สามารถควบคุมได้ เวลาประมาณ 10 นาฬิกา 10 นาที โกลวเวิร์มปล่อยตอร์ปิโดใส่อัดมิรัลฮิปเปอร์แต่พลาดเป้าหมดทุกลูก โกลวเวิร์มพยายามหลบเข้าไปในม่านควันอีกครั้ง เพื่อบรรจุตอร์ปิโดชุดใหม่ แต่อัดมิรัลฮิปเปอร์ไม่ยอมปลอยให้โกลวเวิร์มมีโอกาสบรรจุตอร์ปิโดอีกครั้ง แล่นติดตามเข้าไปในม่านควันด้วย สุดท้ายกัปตันของโกลวเวิร์มจึงตัดสินใจพุ่งเข้าชนอัดมิรัลฮิปเปอร์อย่างรุนแรง ส่งผลให้หม้อน้ำของโกลวเวิร์มเกิดการระเบิดและจมลงในที่สุด มีลูกเรือเสียชีวิต 109 นาย ขณะที่อัดมิรัลฮิปเปอร์ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีน้ำรั่วเข้าเรือ แต่สามารถควบคุมความเสียหายได้ แรงกระแทกส่งผลให้มีลูกเรือเยอรมันนายหนึ่งกระเด็นตกทะเล อัดมิรัลฮิปเปอร์หาลูกเรือที่สูญหายไปไม่พบ แต่สามารถช่วยลูกเรืออังกฤษ 40 นายขึ้นจากทะเลได้

ภาพเรือพิฆาต Glowworm ขณะปล่อยม่านควัน ถ่ายจากบริเวณหัวเรือลาดตระเวณหนัก Admiral Hipper (Public Domain)
ภาพเรือพิฆาต Glowworm กำลังไฟไหม้ ถ่ายจากเรือลาดตระเวณหนัก Admiral Hipper (Public Domain)

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กัปตันเรืออัดมิรัลฮิปเปอร์เกิดความประทับใจและนับถือในความกล้าหาญบ้าบิ่นของเรือพิฆาตอังกฤษ ที่ยืนหยัดต่อสู้กับเรือรบเยอรมันที่มีความยาวมากกว่า 2 เท่าและระวางขับน้ำมากกว่าถึง 10 เท่าจนวาระสุดท้าย จึงเขียนจดหมายถึงกระทรวงกองทัพเรืออังกฤษ ส่งผ่านสภากาชาด เล่าเหตุการณ์และเสนอให้กัปตันเรือโกลวเวิร์มซึ่งเสียชีวิตก่อนที่เรือรบเยอรมันจะช่วยขึ้นจากทะเลได้ ได้รับเหรียญกล้าหาญ Victoria Cross อย่างไรก็ตามกว่ากัปตันเรือโกลวเวิร์มจะได้รับเหรียญกล้าหาญก็ต้องรอถึงปี ค.ศ.1945

สวัสดี

25.10.2020

ภาพ Gerard Broadmead Roope กัปตันเรือพิฆาต Glowworm (Imperial War Museum © IWM A 29585)

แสดงความคิดเห็น