บริษัทคาลาชนิคอฟเริ่มเดินสายการผลิตจรวดรุ่นใหม่สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ Strela-10M

ภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศ 9K35 Strela-10 ของรัสเซีย (Vitaly Kuzmin/ Wikimedia Commons/ CC BY-SA 4.0)

มีข่าวจากสื่อ TASS รายงานว่าเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา บริษัท Kalashnikov ของรัสเซียประสบความสำเร็จในการทดสอบจรวด 9M333 รุ่นใหม่สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ Strela-10M และเริ่มเดินสายการผลิตจรวดรุ่นดังกล่าวตามคำสั่งซื้อของกระทรวงกลาโหมรัสเซียแล้ว จรวด 9M333 เป็นจรวดแบบยิงแล้วลืม (Fire and Forget) ออกแบบมาสำหรับยิงอากาศยานที่เพดานบินต่ำ เฮลิคอปเตอร์ โดรน และจรวดร่อน

คลิปการทดสอบจรวด 9M333 จากบริษัท Kalashnikov

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ 9K35 Strela-10 หรือชื่อ NATO คือ SA-13 Gopher เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยใกล้ ออกแบบมารับมือเป้าหมายที่เพดานบินต่ำ เดิมใช้จรวดรุ่น 9M37 ระยะยิง 5 กิโลเมตร ติดตั้งบนรถสายพาน MT-LB ค้นหาเป้าหมายด้วยอินฟราเรด เข้าประจำการในกองทัพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ.1976 และมีการอัพเกรดต่อยอดมาเรื่อยๆ เรียกรวมๆว่า Strela-10M ปัจจุบันกองทัพรัสเซียมีระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นนี้ใช้งานอยู่ประมาณ 350 ระบบ และยังมีใช้งานแพร่หลายทั่วโลก มีประจำการในกองทัพอาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส บัลแกเรีย คิวบา ลาว เวียดนาม เซอร์เบีย ซีเรีย ยูเครน ฯลฯ

แม้รัสเซียจะยังมีระบบป้องกันภัยทางอากาศ Strela-10M ใช้งานอยู่นับร้อยระบบ แต่ผมมองว่าเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาจรวด 9M333 น่าจะเป็นการเสนอขายให้ลูกค้าต่างประเทศมากกว่า เนื่องจากปัจจุบันรัสเซียได้พัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศ 9M337 Sosna-R สำหรับทดแทน Strela-10M ออกมาแล้ว ดังนั้นในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้ารัสเซียก็น่าจะทยอยปลดประจำการ Strela-10M แต่สำหรับประเทศผู้ใช้งานอื่นๆซึ่งส่วนใหญ่มีงบประมาณจำกัด การอัพเกรด Strela-10M ที่มีใช้งานอยู่แล้ว รวมถึงการจัดหาจรวดรุ่นใหม่ 9M333 อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากกว่าการจัดหา Sosna-R ในอนาคตอันใกล้

สวัสดี

26.12.2020

ภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศ Sosna-R ของรัสเซียที่จะมาทดแทน Strela-10M ในอนาคต
(Nickel nitride/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

แสดงความคิดเห็น