ขีดความสามารถระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯสมัยสงครามเย็น

แม้ปัจจุบันจะดูเหมือนว่าสหรัฐฯจะมีกองทัพอากาศที่เข้มแข็งที่สุดในโลก จนไม่มีความจำเป็นต้องจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศไว้ใช้งานแต่อย่างใด นอกเหนือจากมีไว้เพื่อป้องกันขีปนาวุธเท่านั้น แต่ความจริงแล้วสหรัฐฯก็ไม่ได้ละเลยการพัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศ โดยเฉพาะในสมัยสงครามเย็นซึ่งมีภัยคุกคามจากอากาศยานของสหภาพโซเวียตเช่นเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-24 Hind และเครื่องบินโจมตี Su-25 Grach หรือ Frogfoot เป็นต้น ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักระบบป้องกันภัยทางอากาศและปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจรของสหรัฐฯในสมัยสงครามเย็น แม้ส่วนใหญ่จะปลดประจำการไปแล้วหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย และภัยคุกคามทางอากาศเริ่มลดลง แต่บางรุ่นก็ยังคงมีประจำการในกองทัพสหรัฐฯมาจนถึงปัจจุบัน

ปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจร M42 Duster

ภาพปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจร M42 Duster
(Max Smith/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

ระหว่างสงครามเกาหลี สหรัฐฯได้ปลดประจำการรถถังเบา M24 Chaffee และยานเกราะรุ่นอื่นๆที่ใช้ตัวรถร่วมกับรถถังรุ่นนี้ รวมถึงปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจรขนาด 40 มิลลิเมตร M19 ด้วย เพื่อจะหันไปใช้รถถังเบา M41 Walker Bulldog เป็นกำลังรบหลักแทน แต่สหรัฐฯมองว่าปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 40 มิลลิเมตรยังมีขีดความสามารถสูง จึงนำมาดัดแปลงติดตั้งบนตัวรถของรถถังเบา M41 เกิดเป็นปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจร M42 Duster เข้าประจำการในปี ค.ศ.1952 สหรัฐฯใช้งาน M42 จนถึงปี ค.ศ.1960 ผลิตออกมามากกว่า 3,700 คัน ก่อนจะปลดประจำการหลังจากได้ข้อสรุปว่าขีดความสามารถของ M42 ไม่พอรับมือเครื่องบินรบรุ่นใหม่ๆแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากความล่าช้าในการพัฒนาปืนต่อสู้อากาศยานรุ่นใหม่มาทดแทน ประกอบกับระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-23 Hawk มีจุดอ่อนในการรับมืออากาศยานที่เพดานบินต่ำ สหรัฐฯจึงต้องนำ M42 กลับมาใช้งานอีกครั้งระหว่างสงครามเวียดนาม ก่อนจะปลดประจำการในปี ค.ศ.1988

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-23 Hawk

ภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-23 Hawk ของสหรัฐฯ (Public Domain)

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-23 Hawk ผลิตโดยบริษัท Raytheon เข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯเมื่อปี ค.ศ.1959 และเข้าประจำการในหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯในปี ค.ศ.1960 มีระยะยิง 45 – 50 กิโลเมตร Hawk รุ่นแรกมีจุดอ่อนในการรับมืออากาศยานที่เพดานบินต่ำ สหรัฐฯจึงพัฒนารุ่นอัพเกรดเรียกว่า Improved Hawk หรือ I-Hawk เข้าประจำการในปี ค.ศ.1971 กองทัพบกสหรัฐฯปลดประจำการระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นนี้ในปี ค.ศ.1994 ทดแทนด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-104 Patriot ขณะที่ของนาวิกโยธินสหรัฐฯปลดประจำการในปี ค.ศ.2002 ทดแทนด้วย MANPADS รุ่น FIM-92 Stinger

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-72 Chaparral

ภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-72 Chaparral ของสหรัฐฯ (U.S. Army/ Public Domain)

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-72 Chaparral เข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯในปี ค.ศ.1969 เกิดจากการนำจรวดอากาศสู่อากาศ AIM-9 Sidewinder มาดัดแปลงติดตั้งบนฐานยิงภาคพื้นดินใช้ตัวรถสายพานลำเลียง M113 เป็นรถฐานยิง ออกแบบมาใช้งานคู่กับปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจร M163 VADS สหรัฐฯปลดประจำการระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นนี้ในปี ค.ศ.1997

ปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจร M163 VADS

ภาพปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจร M163 VADS ของสหรัฐฯในปี ค.ศ.1988
(Unknown author, U.S. Army image/ Public Domain)

ปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจร M163 VADS เข้าประจำการในกองทัพสหรัฐฯเมื่อปี ค.ศ.1969 เกิดจากการนำปืนต่อสู้อากาศยาน M167 VADS ขนาด 20 มิลลิเมตร 6 ลำกล้อง มาติดบนตัวรถสายพานลำเลียง M113 ออกแบบมาใช้งานร่วมกับระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-72 Chaparral ผ่านสมรภูมิสำคัญหลายครั้งตั้งแต่สงครามเวียดนามจนถึงสงครามอ่าวเปอร์เซีย สหรัฐฯปลดประจำการ M163 VADS ในปี ค.ศ.1993

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-104 Patriot

ภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-104 Patriot ของสหรัฐฯ
(Senior Airman Jerry Morrison, U.S. Air Force/ Public Domain)

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM-104 Patriot เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยไกล พัฒนาโดยบริษัท Raytheon เข้าประจำการในกองทัพสหรัฐฯช่วงยุค 80 เริ่มมีชื่อเสียงในสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซียเมื่อปี ค.ศ.1991 จากการที่สามารถสกัดขีปนาวุธ SCUD ของอิรักได้ สหรัฐฯยังคงใช้งาน Patriot ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันและมีการพัฒนาต่อยอดอยู่เรื่อยๆ

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ AN/TWQ-1 Avenger

ภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศ AN/TWQ-1 Avenger (U.S. Army/ Public Domain)

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ AN/TWQ-1 Avenger เข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯเมื่อปี ค.ศ.1989 และต่อมานาวิกโยธินสหรัฐฯก็จัดหาไปใช้งานเช่นกัน เกิดจากการนำ MANPADS รุ่น FIM-92 Stinger และปืนกลขนาด 12.7 มิลลิเมตร ควบคุมด้วยรีโมท มาติดตั้งบนรถ HMMWV สหรัฐฯยังคงใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นนี้มาจนถึงปัจจุบัน

สวัสดี

26.01.2021

แสดงความคิดเห็น