Soviet Big 7 : เจ็ดยุทโธปกรณ์ซึ่งเป็นกำลังหลักของกองทัพโซเวียตในสงครามเย็น

ภาพโปสเตอร์ Soviet Big 7 จัดทำโดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ (dodmedia)

ในปี ค.ศ.1981 ตรงกับสมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน (Ronald Regan) ของสหรัฐฯและ เลโอนิด เบรจเนฟ (Leonid Brezhnev) ของสหภาพโซเวียต สงครามเย็นกำลังตึงเครียดหลังสหภาพโซเวียตเข้าแทรกแซงอัฟกานิสถานในปี ค.ศ.1979 หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯจึงจัดทำโปสเตอร์ “Soviet Big 7” แสดงภาพและข้อมูลขีดความสามารถของยุทโธปกรณ์สำคัญ 7 รุ่นของกองทัพโซเวียต ซึ่งสหรัฐฯมองว่า NATO มีโอกาสเผชิญหน้าด้วยมากที่สุดในขณะนั้น สำหรับใช้เป็นเครื่องมือช่วยฝึกทหาร ให้เกิดความคุ้นเคยกับยุทโธปกรณ์ของฝ่ายตรงข้าม สามารถระบุชื่อและขีดความสามารถเบื้องต้นได้ ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักยุทโธปกรณ์ทั้ง 7 รุ่น ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีใช้งานแพร่หลายทั่วโลกรวมถึงในอาเซียนด้วย อาจกล่าวได้ว่าโปสเตอร์ Soviet Big 7 นี้ยังคงมีประโยชน์อยู่แม้เวลาจะผ่านมานานถึง 40 ปีแล้วก็ตาม

1. ปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจร ZSU-23-4 Shilka

ภาพปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจร ZSU-23-4 Shilka (DoD photo by Sgt. Ryan Ward, U.S. Marine Corps)

ปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจรขนาด 23 มิลลิเมตร 4 ลำกล้อง ZSU-23-4 Shilka เข้าประจำการในกองทัพโซเวียตช่วงยุค 60 ออกแบบมาทดแทนปืนต่อสู้อากาศยาน ZSU-57-2 รุ่นเก่า มีอัตราการยิงสูงมากถึง 4,000 นัดต่อนาที (ลำกล้องละ 1,000 นัดต่อนาที) นอกจากใช้ต่อสู้อากาศยานแล้ว ยังสามารถใช้ยิงสนับสนุนภาคพื้นดินได้ด้วย ปัจจุบันยังมีใช้งานแพร่หลายทั่วโลก โดยบางรุ่นมีการอัพเกรดติดตั้ง MANPADS เพิ่มเติม เพื่อรับมืออากาศยานรุ่นใหม่ๆที่มีจรวดระยะยิงไกลขึ้น

2.รถถังหลัก T-72

ภาพรถถัง T-72 ของสหภาพโซเวียต (Public Domain)

รถถัง T-72 เข้าประจำการในกองทัพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ.1973 ออกแบบมาใช้งานคู่กับรถถัง T-64 เนื่องจากรถถัง T-64 มีความซับซ้อนในการผลิตและมีราคาแพง ไม่เหมาะสำหรับจัดหาเข้าประจำการจำนวนมาก โซเวียตจึงต้องพัฒนารถถัง T-72 ซึ่งมีความซับซ้อนน้อยกว่าและราคาถูก เหมาะสำหรับผลิตจำนวนมาก ขึ้นมาใช้ควบคู่กัน รถถัง T-72 ใช้พลประจำรถ 3 นาย ติดอาวุธปืนใหญ่ขนาด 125 มิลลิเมตร ปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62 มิลลิเมตร และปืนกลหนักต่อสู้อากาศยานขนาด 12.7 มิลลิเมตร รถถัง T-72 รุ่นแรกๆใช้เครื่องยนต์ดีเซล V-12 ขนาด 780 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 840 แรงม้าในรุ่น T-72B และขนาด 1,130 แรงม้าในรุ่น T-72B3 ซึ่งเป็นกำลังรบหลักของกองทัพรัสเซียในปัจจุบัน

3.รถรบทหารราบ BMP-1

ภาพรถรบทหารราบ BMP-1 ของเยอรมนีตะวันออก ระหว่างสวนสนามวันที่ 7 ตุลาคม 1988
(Bundesarchiv, Bild 183-1988-1007-009 / CC-BY-SA 3.0)

รถรบทหารราบ BMP-1 เข้าประจำการในกองทัพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ.1966 ใช้พลประจำรถ 3 นาย บรรทุกทหารได้ 8 นาย มีน้ำหนัก 13 ตัน ติดอาวุธปืนใหญ่ลำกล้องสั้นขนาด 73 มิลลิเมตร ปืนกลร่วมแกนขนาด 7.62 มิลลิเมตร และจรวดต่อสู้รถถัง AT-3 Sagger ใช้เครื่องยนต์ดีเซล UTD-20 ขนาด 300 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเคลื่อนที่ในน้ำได้ด้วยความเร็ว 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีอำนาจการยิงและความคล่องตัวในการเคลื่อนที่สูง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการมีเกราะบาง โดยเกราะด้านหน้าสามารถป้องกันได้เพียงปืนกลหนักขนาด 12.7 มิลลิเมตรเท่านั้น สหภาพโซเวียตส่ง BMP-1 ให้ประเทศพันธมิตรใช้งานอย่างแพร่หลาย ต่อมาโซเวียตพบว่าปืนใหญ่ขนาด 73 มิลลิเมตรของ BMP-1 มีอัตราการยิงต่ำเกินไป รวมถึงขาดความแม่นยำ จึงมีการเปลี่ยนอาวุธหลักเป็นปืนใหญ่อัตโนมัติขนาด 30 มิลลิเมตรในรุ่น BMP-2 ซึ่งเข้าประจำการในปี ค.ศ.1980 ปัจจุบันยังคงมีใช้งานอย่างแพร่หลาย

4.ปืนใหญ่อัตตาจร 2S1 Gvozdika (M-1974)

ภาพปืนใหญ่อัตตาจร 2S1 Gvozdika หรือ M-1974 ของสหภาพโซเวียต (Public Domain)

ปืนใหญ่อัตตาจร 2S1 Gvozdika เกิดจากการนำปืนใหญ่ขนาด 122 มิลลิเมตรรุ่น D-32 (ดัดแปลงมาจากปืนใหญ่ลากจูงรุ่น D-30) มาติดตั้งบนรถสายพาน MT-LB มีคุณสมบัติสะเทินน้ำสะเทินบก เข้าประจำการในกองทัพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ.1971 แต่พึ่งเปิดตัวสู่สาธารณชนครั้งแรกในปี ค.ศ.1974 ในงานสวนสนามของกองทัพโปแลนด์ ซึ่งขณะนั้นเป็นสมาชิก Warsaw Pact เป็นที่มาของชื่อ NATO ว่า M-1974 มีระยะยิงไกลสุด 15.2 กิโลเมตร บรรทุกกระสุน 40 นัด ปัจจุบันยังมีใช้งานในกองทัพประเทศต่างๆประมาณ 30 ประเทศเช่นรัสเซีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส บัลแกเรีย ฟินแลนด์ จอร์เจีย โปแลนด์ ซีเรีย ยูเครน เวียดนาม ฯลฯ

5.ปืนใหญ่อัตตาจร 2S3 Akatkiya (M-1973)

ภาพปืนใหญ่อัตตาจร 2S3 Akatsiya หรือ M-1973 ของสหภาพโซเวียต (Public Domain)

ปืนใหญ่อัตตาจรขนาด 152 มิลลิเมตร 2S3 Akatsiya เข้าประจำการในกองทัพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ.1971 มีระยะยิงไกลสุด 17.4 กิโลเมตร รูปร่างภายนอกคล้ายปืนใหญ่อัตตาจร M109 ของสหรัฐฯ ปัจจุบันยังมีใช้งานในประเทศต่างๆประมาณ 20 ประเทศเช่นรัสเซีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส จอร์เจีย ซีเรีย ยูเครน เวียดนาม ลาว ฯลฯ

6.ระบบป้องกันภัยทางอากาศ 9K33 Osa (SA-8 Gecko)

ภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศ 9K33 Osa หรือ SA-8 Gecko ของสหภาพโซเวียต (Public Domain)

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ 9K33 Osa เข้าประจำการในปี ค.ศ.1971 เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยใกล้ ระยะยิง 9 กิโลเมตร ออกแบบมารับมืออากาศยานที่เพดานบินต่ำ Osa เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นแรกของโลกที่รวมเรดาร์และจรวดไว้บนรถฐานยิงคันเดียวกัน รถฐานยิงมีคุณสมบัติสะเทินน้ำสะเทินบก มีความคล่องตัวในการเคลื่อนที่สูง ปัจจุบัน Osa ยังคงมีใช้งานในกองทัพประเทศต่างๆประมาณ 20 ประเทศเช่นรัสเซีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน กรีซ ยูเครน อินเดีย ฯลฯ

7.เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-24 Hind

ภาพเฮลิคอปเตอร์โจมตี Mi-24 Hind ของสหภาพโซเวียต (Public Domain)

เฮลิคอปเตอร์โจมตี Mil Mi-24 Hind เข้าประจำการในกองทัพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ.1972 มีจุดเด่นที่แตกต่างจากเฮลิคอปเตอร์โจมตีทั่วไปคือสามารถใช้บรรทุกทหารจำนวน 8 นายได้ด้วย Mi-24 มีรุ่นย่อยหลายรุ่นรวมถึงรุ่นส่งออกอย่าง Mi-25 และ Mi-35 ปัจจุบันยังคงมีใช้งานในกองทัพประเทศต่างๆเกือบ 50 ประเทศทั่วโลก โดยในอาเซียนมีใช้งานในประเทศเมียนมาร์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย

สวัสดี

18.02.2021

แสดงความคิดเห็น