M1936 (F-22) ปืนใหญ่สนามของโซเวียตที่เยอรมันต้องยึดไปใช้

ภาพปืนใหญ่สนาม M1936 (F-22) ของสหภาพโซเวียต ตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
(Сайга20К/ Wikimedia Commons/ CC BY-SA 3.0)

ปืนใหญ่สนาม M1936 หรือ F-22 ขนาด 76 มิลลิเมตร พัฒนาโดยวาซีลี กราบิน (Vasiliy Gavrilovich Grabin) เข้าสู่สายการผลิตในปี ค.ศ.1936 ใช้พลประจำปืน 6 นาย ระยะยิงไกลสุด 14 กิโลเมตร อัตราการยิงสูงสุด 15 นัดต่อนาที ปืนใหญ่รุ่นนี้ไม่ประสบความสำเร็จมากนักในกองทัพโซเวียต เพราะโซเวียตต้องการออกแบบปืนใหญ่รุ่นนี้ให้ใช้ได้ทุกอย่าง เป็นทั้งปืนใหญ่วิถีโค้ง ปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง และปืนต่อสู้อากาศยาน แต่สุดท้ายขีดความสามารถกลับไปไม่สุดสักทางเหมือนเป็ด ส่งผลให้สายการผลิตถูกปิดไปในปี ค.ศ.1939 หลังผลิตออกมาได้ประมาณ 2,900 กระบอกเท่านั้น แม้ M1936 จะไม่ประสบความสำเร็จในกองทัพโซเวียต แต่กลับประสบความสำเร็จในกองทัพเยอรมัน นำมาใช้ต่อสู้กับผู้ผลิตได้อย่างคาดไม่ถึง

หลังเยอรมนีบุกสหภาพโซเวียตในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1941 เยอรมนีก็เผชิญหน้ากับรถถังรุ่นใหม่ของโซเวียตได้แก่รถถัง T-34/76, KV-1 และ KV-2 ซึ่งมีขีดความสามารถเหนือกว่ารถถังที่กองทัพเยอรมันใช้งานอยู่ทั้งรถถัง Panzer III ติดอาวุธปืนใหญ่ขนาด 50 มิลลิเมตร และ Panzer IV ติดอาวุธปืนใหญ่ขนาด 75 มิลลิเมตรลำกล้องสั้น นอกจากนี้ปืนใหญ่ต่อสู้รถถังทั้งรุ่น Pak-36 ขนาด 37 มิลลิเมตรและรุ่น Pak-38 ขนาด 50 มิลลิเมตร ต่างก็เจาะเกราะรถถังโซเวียตไม่เข้า มีเพียงปืนต่อสู้อากาศยาน Flak-36 ขนาด 88 มิลลิเมตรเท่านั้นที่พอจะพึ่งพาได้ ส่งผลให้เยอรมนีต้องพัฒนาปืนใหญ่ต่อสู้รถถังรุ่นใหม่อย่างเร่งด่วน แต่กว่าปืนต่อสู้รถถังรุ่นใหม่คือ Pak-40 ขนาด 75 มิลลิเมตรจะเข้าประจำการ ก็ต้องรอถึงปี ค.ศ.1942 ระหว่างนี้จำเป็นต้องหาอะไรมาขัดตาทัพไปก่อน กองทัพเยอรมันจึงนำปืนใหญ่สนาม M1936 ซึ่งยึดได้จากโซเวียตในช่วงต้นปฏิบัติการบาร์บารอสซ่า (Operation Barbarossa) มากกว่า 1,300 กระบอก มาใช้งานเป็นปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง แม้ปืนใหญ่รุ่นนี้จะไม่ได้ออกแบบมาสำหรับต่อสู้รถถังโดยเฉพาะ แต่ก็มีอำนาจการยิงรุนแรงพอจะเจาะเกราะรถถังส่วนใหญ่ในขณะนั้นได้

ที่น่าสนใจคือแม้ต่อมาปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง Pak-40 จะเข้าประจำการแล้ว กองทัพเยอรมันก็ยังใช้งานปืนใหญ่สนาม M-1936 ต่อไป แถมยังทำการดัดแปลงให้เป็นปืนใหญ่ต่อสู้รถถังโดยเฉพาะด้วยเรียกว่า Pak 36(r) โดยระหว่างปี ค.ศ.1942 – 1944 เยอรมนีได้ดัดแปลง M-1936 ให้เป็น Pak 36(r) ประมาณ 560 กระบอก บางส่วนถูกส่งไปที่แอฟริกาเหนือให้ Afrika Korps ของรอมเมล (Erwin Rommel) ใช้งานด้วย โดยทหารเยอรมันนายหนึ่งชื่อ กึนเธอร์ ฮาล์ม (Günter Halm) สามารถใช้ปืนใหญ่ต่อสู้รถถังรุ่นนี้ทำลายรถถังวาเลนไทน์ (Valentine) ของอังกฤษได้ถึง 9 คันในการรบคราวเดียว ส่งผลให้ได้รับเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็กชั้นอัศวิน (Knights Cross)

นอกเหนือจากปืนใหญ่ต่อสู้รถถังแล้ว เยอรมนียังนำปืนใหญ่ขนาด 76 มิลลิเมตรไปดัดแปลงติดตั้งบนตัวรถของรถถัง Panzer II และ Panzer 38(t) เป็นยานเกราะล่ารถถัง Marder II และ Marder III ด้วย ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในแนวรบด้านตะวันออก แอฟริกาเหนือ และต่อมาในยุโรปตะวันตกหลังวัน D-Day

สวัสดี

21.02.2021

ภาพปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง Pak 36(r) ซึ่งเยอรมนีดัดแปลงจากปืนใหญ่สนาม M1936 หรือ F-22 ของสหภาพโซเวียต
(Balcer~commonswiki/ Wikimedia Commons/ CC BY-SA 3.0)
ภาพยานเกราะล่ารถถัง Marder III ติดปืนใหญ่ขนาด 76 มิลลิเมตร ถูกทหารเยอรมันทิ้งไว้ในแอฟริกาเหนือ
(Australian War memorial/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

แสดงความคิดเห็น