โกไลแอธ (Goliath) รถสายพานทุ่นระเบิดควบคุมด้วยรีโมท

ภาพ Sd.Kfz. 302 หรือ Goliath ของเยอรมนี
(Alf van Beem/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

รถสายพานทุ่นระเบิดควบคุมด้วยรีโมท Goliath เป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ของเยอรมนีที่มีชื่อเสียงที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สอง ออกแบบมาสำหรับใช้ทำลายรถถัง บังเกอร์ และเครื่องกีดขวางของฝ่ายตรงข้าม อย่างไรก็ตามจุดกำเนิดของอาวุธชนิดนี้จริงๆแล้วมาจากประเทศฝรั่งเศส

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ฝรั่งเศสมีความพยายามจะพัฒนารถสายพานทุ่นระเบิดควบคุมด้วยรีโมท สำหรับใช้ทำลายที่มั่นฝ่ายตรงกันข้ามในสงครามสนามเพลาะ แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ประกอบกับรถถังถูกให้ความสำคัญมากกว่า จึงไม่มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ฝรั่งเศสยังคงพัฒนาอาวุธชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง โดยวิศวกรชื่อ Adolphe Kégresse

ช่วงปลายปี ค.ศ.1940 หลังเยอรมนียึดครองฝรั่งเศสได้สำเร็จ เยอรมนีก็ค้นพบต้นแบบรถสายพานทุ่นระเบิดควบคุมด้วยรีโมทของ Kégresse แล้วนำมาศึกษา เพื่อที่จะพัฒนาอาวุธชนิดเดียวกันออกมาใช้งาน โดยกองทัพเยอรมันกำหนดสเปกไว้ว่ารถสายพานทุ่นระเบิดควบคุมด้วยรีโมทที่จะพัฒนาขึ้นมาใหม่นั้นต้องบรรทุกระเบิดได้หนักอย่างน้อย 50 กิโลกรัม มากกว่าต้นแบบของฝรั่งเศสที่บรรทุกได้ 40 กิโลกรัม เป็นจุดกำเนิด Goliath ซึ่งสามารถบรรทุกระเบิดได้หนัก 60 – 100 กิโลกรัม ขึ้นกับรุ่น

เนื่องจากในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมนีเป็นฝ่ายชนะในแทบทุกแนวรบ โครงการ Goliath จึงไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนมากนัก ส่งผลให้กว่า Goliath จะเข้าประจำการ เวลาก็ล่วงเลยไปถึงช่วงต้นปี ค.ศ.1942 โดย Goliath รุ่นแรกคือ Sd.Kfz. 302 มีขนาดยาว 1.2 เมตร กว้าง 0.82 เมตร สูง 0.55 เมตร มีน้ำหนัก 370 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งมีราคาแพงและซ่อมบำรุงยาก ไม่เหมาะสำหรับใช้แล้วทิ้ง ภายหลังจึงมีการพัฒนารุ่น Sd.Kfz. 303 ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินออกมาแทน สตาร์ทโดยการใช้ประแจมือหมุนจากด้านบน แล้วควบคุมด้วยรีโมทแบบใช้สายเคเบิลซึ่งม้วนเก็บไว้ทางด้านหลัง ให้เคลื่อนที่ไปยังเป้าหมาย สายเคเบิลดังกล่าวเป็นจุดอ่อนหนึ่งของ Goliath เพราะได้รับความเสียหายได้ง่ายจากสะเก็ดระเบิด นอกจากนี้ Goliath ยังมีความเร็วต่ำ (ประมาณ 9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) มีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายไม่สะดวก รวมถึงมีเกราะบาง ส่งผลให้ถูกทำลายได้ด้วยอาวุธประจำกาย

ภาพทหารเยอรมันใช้รีโมทควบคุมรถสายพานทุ่นระเบิด Goliath ในแนวรบด้านตะวันออก เดือนเมษายน ค.ศ.1944
(Bundesarchiv, Bild 101III-AhrensA-026-12 / August Ahrens / CC-BY-SA 3.0)

กองทัพเยอรมันเริ่มนำ Goliath มาใช้งานอย่างแพร่หลายในแนวรบด้านตะวันออก ยกตัวอย่างในสมรภูมิคูร์ส (Battle of Kursk) กองทัพเยอรมันใช้ Goliath ในการเคลียร์สนามทุ่นระเบิดของโซเวียต เปิดทางให้รถถังและทหารราบ ต่อมาเมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกในอิตาลี Goliath ก็ถูกใช้ต่อต้านการยกพลขึ้นบกที่เมืองอันซิโอ (Battle of Anzio) เช่นกัน นอกจากนี้ Goliath ยังถูกใช้ปราบปรามการลุกฮือของชาวโปลในกรุงวอร์ซอ (Warsaw Uprising) ในปี ค.ศ.1944 ด้วย ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรค้นพบ Goliath จำนวนหนึ่งระหว่างการยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์มังดีในวัน D-Day แต่ส่วนใหญ่ใช้งานไม่ได้ เนื่องจากสายเคเบิลได้รับความเสียหายจากการระดมยิงของปืนเรือ โดยภาพรวม Goliath ไม่ประสบความสำเร็จในการใช้งานมากนัก เพราะส่วนใหญ่มักจะเสียหรือถูกทำลายตั้งแต่ก่อนจะเคลื่อนที่ไปถึงเป้าหมาย จากจุดอ่อนที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว อย่างไรก็ตามถ้า Goliath สามารถเคลื่อนที่ไปถึงเป้าหมายได้ อำนาจการทำลายล้างก็ถือว่ารุนแรงมาก

สำหรับจำนวน Goliath ที่ถูกผลิตออกมาในสงครามโลกครั้งที่สองไม่มีตัวเลขแน่ชัด ข้อมูลบางแหล่งระบุว่า Goliath ถูกผลิตออกมาประมาณ 2,650 คันเท่านั้น ขณะที่บางแหล่งก็ระบุว่ามี Goliath ถูกผลิตออกมามากกว่า 7,500 คัน อย่างไรก็ตามฝ่ายสัมพันธมิตรสามารถยึด Goliath ได้เป็นจำนวนมาก และส่งให้หน่วยข่าวกรองนำไปศึกษา แต่สุดท้ายฝ่ายสัมพันธมิตรกลับมองว่าอาวุธชนิดนี้มีคุณค่าทางทหารน้อยมาก จึงไม่มีการพัฒนาต่อยอดในทางทหารแต่อย่างใด

สวัสดี

25.02.2021

แสดงความคิดเห็น