จากลึทโซว์สู่ทาลลินน์ เรือลาดตระเวณหนักเชื้อชาติเยอรมัน สัญชาติโซเวียต

เรือลาดตระเวณหนักลึทโซว์ (Lützow) เป็นเรือลำที่ห้าและลำสุดท้ายของเรือชั้นอัดมิรัล ฮิปเปอร์ (Admiral Hipper) เริ่มวางกระดูกงูในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1937 และปล่อยลงน้ำเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1939 โดยที่ยังต่อเรือไม่เสร็จแต่อย่างใด ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน สหภาพโซเวียตซึ่งขณะนั้นมีสนธิสัญญาไม่รุกรานกันกับเยอรมนี (Molotov–Ribbentrop Pact) ได้ติดต่อขอซื้อเรือลาดตระเวณหนักชั้นอัดมิรัล ฮิปเปอร์ 3 ลำ ได้แก่ลึทโซว์, ปรินซ์ออยเก้น (Prinz Eugen) และไซดลิทซ์ (Seydlitz) พร้อมกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1940 กองทัพเรือเยอรมันตกลงขายลึทโซว์ให้โซเวียตลำเดียวเท่านั้น พร้อมกับเอกสารทางเทคนิคต่างๆ อะไหล่ และอุปกรณ์อื่นๆที่ต้องใช้ในการต่อเรือให้เสร็จ โดยคิดราคาเกือบ 2 เท่า ตามข้อตกลงนี้เยอรมนีจะต้องส่งมอบอุปกรณ์ต่างๆให้โซเวียตจนครบภายใน 15 เดือนและต้องช่วยโซเวียตต่อลึทโซว์ให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี ค.ศ.1942

ภาพเรือลาดตระเวณหนักอัดมิรัล ฮิปเปอร์ หนึ่งในเรือพี่น้องของลึทโซว์
(Bundesarchiv, DVM 10 Bild-23-63-24 / CC-BY-SA 3.0)

ลึทโซว์ถูกลากมาถึงอู่ต่อเรือในเมืองเลนินกราดในเดือนเมษายน ค.ศ.1940 ต่อมาในเดือนกันยายน โซเวียตก็เปลี่ยนชื่อเรือเป็นเปโตรปาฟลอฟสค์ (Petropavlovsk) ช่วงแรกๆเยอรมนีให้ความร่วมมือกับโซเวียตค่อนข้างดี แต่เมื่อเยอรมนีเริ่มวางแผนบุกโซเวียต เยอรมนีก็เริ่มบ่ายเบี่ยงไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องของการฝึกลูกเรือและการส่งมอบเอกสารทางเทคนิคต่างๆ จนกระทั่งเมื่อเยอรมนีบุกโซเวียตในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1941 เรือลำนี้ก็พึ่งจะต่อไปได้ประมาณ 75% เท่านั้น เมื่อกองทัพเยอรมันรุกคืบใกล้เข้ามา โซเวียตก็ลากเรือเปโตรปาฟลอฟสค์ออกไปที่ท่าเรือในวันที่ 15 สิงหาคม ใช้เป็นป้อมปืนลอยน้ำป้องกันเมืองเลนินกราด

เปโตรปาฟลอฟสค์ช่วยยิงปืนเรือสกัดการรุกของทหารเยอรมันที่มุ่งหน้ามายังเมืองเลนินกราดหลายครั้ง ทหารเยอรมันก็ใช้ปืนใหญ่ยิงตอบโต้ ในวันที่ 17 กันยายน เปโตรปาฟลอฟสค์ถูกยิงด้วยปืนใหญ่ถึง 53 นัด ส่งผลให้น้ำรั่วเข้าเรือ ต้องแล่นเข้าไปในเขตน้ำตื้นเพื่อไม่ให้เรือจม แม้เปโตรปาฟลอฟสค์จะเอาตัวรอดจากปืนใหญ่เยอรมันไปได้ แต่ทว่าในเดือนเมษายน ค.ศ.1942 เยอรมนีได้ส่งฝูงบินรบประกอบด้วยเครื่องบินดำทิ้งระเบิด Ju-87 Stuka จำนวน 62 ลำ เครื่องบินทิ้งระเบิด Ju-88 จำนวน 33 ลำ และเครื่องบินทิ้งระเบิด Heinkel He 111 จำนวน 37 ลำ เข้าโจมตีเรือรบของโซเวียตที่เลนินกราด เปโตรปาฟลอฟสค์ถูกระเบิดจากเครื่องบินดำทิ้งระเบิด Stuka ได้รับความเสียหายอย่างหนักและจมลงในที่สุด อย่างไรก็ตามในเดือนกันยายนปีเดียวกัน โซเวียตได้กู้เรือลำนี้ขึ้นมาอีกครั้ง และในปี ค.ศ.1943 ก็เปลี่ยนชื่อเรือเป็นทาลลินน์ (Tallinn)

ภาพเรือลาดตระเวณหนักทาลลินน์ที่ยังต่อไม่เสร็จในเมืองเลนินกราด
(NH 91808 courtesy of the Naval History & Heritage Command)

ในเดือนมกราคม ค.ศ.1944 ทาลลินน์ก็ได้รับการซ่อมแซมจนปืนเรือบางส่วนกลับมาใช้งานได้ โซเวียตใช้เรือลำนี้ยิงถล่มทหารเยอรมันที่กำลังถอยทัพออกจากเลนินกราด หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง โซเวียตได้ย้ายทาลลินน์ไปยังอู่ต่อเรือในรัฐบอลติก เพื่อเตรียมต่อเรือให้เสร็จสมบูรณ์ แต่ทว่าในปี ค.ศ.1948 โซเวียตได้พิจารณาว่าค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้ดัดแปลงและต่อเรือลำนี้ให้เสร็จสมบูรณ์สูงพอๆกับการต่อเรือลาดตระเวณชั้นสเวียร์ดลอฟสค์ (Sverdlov) รุ่นใหม่เลยทีเดียว ส่งผลให้โครงการนี้ถูกยกเลิก โซเวียตนำเรือลำนี้กลับมาที่แม่น้ำเนวาแล้วใช้เป็นศูนย์ฝึกลอยน้ำ เปลี่ยนชื่อเรือเป็นนีเปอร์ (Dniepr) ก่อนจะปลดประจำการและยุบเป็นเศษเหล็กในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1953 – 1960

สวัสดี

28.02.2021

แสดงความคิดเห็น