ซูดานเนื้อหอม เรือรบรัสเซียและสหรัฐฯเข้าเทียบท่าติดๆกัน

ภาพเรือฟริเกต Admiral Grigorovich ของรัสเซีย (Mil.ru)

มีข่าวจาก Arab News รายงานว่าเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เรือฟริเกต Admiral Grigorovich สังกัดกองเรือทะเลดำของรัสเซียได้แวะเติมเชื้อเพลิงที่ท่าเรือพอร์ตซูดาน ของประเทศซูดานเป็นครั้งแรก หลังกลับจากการซ้อมรบในมหาสมุทรอินเดีย

ความเคลื่อนไหวนี้น่าสนใจมาก เพราะเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีข่าวว่าซูดานทำข้อตกลงอนุญาตให้รัสเซียจัดตั้งฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือ (Naval logistics base) ที่พอร์ตซูดานเป็นเวลา 25 ปี ให้เรือรบรัสเซียแวะพักเติมเสบียงและเชื้อเพลิงได้ การที่เรือฟริเกต Admiral Grigorovich เข้าเทียบท่าได้แสดงว่าข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว

หลังเรือฟริเกตรัสเซียเข้าเทียบท่าเพียงวันเดียว ก็มีข่าวจาก Voice of America รายงานว่าเรือพิฆาต USS Winston Churchill ของสหรัฐฯก็เข้าเทียบท่าที่พอร์ตซูดานเช่นกัน เป็นเรือรบสหรัฐฯลำที่สองที่มาเยือนซูดาน หลังสหรัฐฯยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรซูดานที่ดำเนินต่อเนื่องนานถึง 30 ปี โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เรือ USNS Carson City ได้มาแวะเทียบท่าที่ซูดานแล้วครั้งหนึ่ง

ภาพเรือพิฆาต USS Winston Churchill
(US Navy/ Public Domain)

ซูดานเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการคุมทะเลแดง ซึ่งเป็นทางผ่านระหว่างทะเลเมดิเตอเรเนียนและมหาสมุทรอินเดีย จึงไม่แปลกที่ประเทศมหาอำนาจจะต้องการเข้ามามีอิทธิพล การที่สหรัฐฯยกเลิกการคว่ำบาตรซูดานแล้วเริ่มเข้ามามีความสัมพันธ์กับซูดานมากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อรัสเซีย เพราะรัสเซียจะขอขยายฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือไปเป็นฐานทัพเรือ (Naval Base) แบบในซีเรียได้ยากขึ้น แต่การที่เรือรบรัสเซียสามารถแวะพักที่พอร์ตซูดานได้ ก็ถือว่ารัสเซียได้ฐานส่งกำลังบำรุงส่วนหน้าสำหรับขยายอิทธิพลเข้ามาในมหาสมุทรอินเดียแล้วล่ะครับ อุปสรรคสำคัญน่าจะอยู่ที่กำลังรบของกองเรือทะเลดำจะเพียงพอรับผิดชอบพื้นที่ตั้งแต่ทะเลดำ ทะเลเมดิเตอเรเนียน ทะเลแดง มาจนถึงมหาสมุทรอินเดียหรือเปล่า

สวัสดี

04.03.2021

แสดงความคิดเห็น