ปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง ZiS-2 ขนาด 57 มิลลิเมตรของโซเวียต

ภาพปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง ZiS-2 ขนาด 57 มิลลิเมตร ตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน
(George Chernilevsky/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

เมื่อพูดถึงรถถังหนักในสงครามโลกครั้งที่สอง หลายคนจะนึกถึงรถถังเยอรมันเช่น Tiger I และ King Tiger ซึ่งเข้าประจำการในช่วงกลางถึงปลายสงคราม แต่ความจริงหลายประเทศเริ่มพัฒนารถถังหนักรุ่นใหม่ๆมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1930 แล้ว เช่นรถถัง T-28 และ T-35 ของสหภาพโซเวียตและ Neubaufahrzeug ของเยอรมนี เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าอาวุธสำหรับแก้ทางก็ต้องถูกพัฒนาควบคู่กันด้วย โดยในปี ค.ศ.1940 วาซีลี กราบิน (Vasiliy Grabin) วิศวกรนักออกแบบปืนใหญ่ของโซเวียตได้รับมอบหมายให้ออกแบบปืนใหญ่ต่อสู้รถถังรุ่นใหม่ ได้แก่ปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง ZiS-2 ขนาด 57 มิลลิเมตร รุ่นปี 1941 เข้าสู่สายการผลิตในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ.1941 ก่อนเยอรมนีบุกสหภาพโซเวียตไม่ถึงหนึ่งเดือน

เมื่อเยอรมนีบุกสหภาพโซเวียต ZiS-2 ก็แสดงขีดความสามารถในการเจาะเกราะรถถังเยอรมันได้สมชื่อ ปัญหาคือรถถังที่เยอรมันใช้ในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่สองล้วนแล้วแต่เป็นรถถังเบาได้แก่ Panzer I, Panzer II, Panzer 35(t) และ Panzer 38(t) กับรถถังกลางได้แก่ Panzer III และ Panzer IV ไม่ใช่รถถังหนักตามที่โซเวียตวางแผนรับมือไว้ ส่งผลให้หลายครั้งกระสุนเจาะเกราะของ ZiS-2 เจาะเกราะรถถังเยอรมันแล้วทะลุออกไปอีกด้านหนึ่ง โดยที่ยังไม่ทันระเบิดสร้างความเสียหายภายในตัวรถแต่อย่างใด เรียกว่า ZiS-2 มีขีดความสามารถดีเกินไปนั่นเอง สุดท้ายโซเวียตจึงปิดสายการผลิต ZiS-2 ในวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.1941 หลังผลิตออกมาได้เพียง 371 กระบอกเท่านั้น หันไปใช้ปืนใหญ่สนาม ZiS-3 ขนาด 76 มิลลิเมตรและปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง M1942 (M-42) ขนาด 45 มิลลิเมตรแทน ซึ่งแม้จะเจาะเกราะได้น้อยกว่า ZiS-2 แต่มีความเหมาะสมในการรับมือรถถังเยอรมันในขณะนั้นมากกว่า

อย่างไรก็ตามเมื่อเยอรมนีเริ่มนำรถถังกลาง Panther (ซึ่งว่ากันตามขีดความสามารถจริงๆแล้วควรจัดเป็นรถถังหนัก) และรถถังหนัก Tiger I มาใช้งานอย่างแพร่หลายในปี ค.ศ.1943 โอกาสของ ZiS-2 ก็กลับมาอีกครั้ง เนื่องจากปืนใหญ่ต่อสู้รถถัง M-42 ขนาด 45 มิลลิเมตรนั้นสามารถเจาะเกราะด้านข้างของรถถัง Panther ได้ในระยะประชิดเท่านั้น โดยที่ยิง Tiger I ไม่เข้าเลย ขณะที่ปืนใหญ่สนาม ZiS-3 ขนาด 76 มิลลิเมตรนั้นสามารถเจาะเกราะด้านข้างของ Tiger I ได้ที่ระยะ 300 เมตรเท่านั้น ส่งผลให้โซเวียตต้องนำ ZiS-2 ขนาด 57 มิลลิเมตร กลับเข้าสู่สายการผลิตอีกครั้งในวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.1943 เป็นรุ่นปี 1943 อยู่ในสายการผลิตถึงปี ค.ศ.1945 ผลิตออกมามากกว่า 9,645 กระบอก โดย ZiS-2 สามารถเจาะเกราะด้านหน้าของ Panther และ Tiger I ได้ที่ระยะประมาณ 500 เมตร

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง หน่วยต่อสู้รถถังของกองทัพโซเวียตก็ใช้งาน ZiS-2 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางยุค 50 ก่อนจะทดแทนด้วยปืนใหญ่ต่อสู้รถถังขนาด 100 มิลลิเมตร แต่หน่วยพลร่มโซเวียตยังคงใช้งานมันต่อเนื่องไปอีกนาน เนื่องจากมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ความคล่องตัวสูงเหมาะสำหรับภารกิจของพลร่ม

สวัสดี

11.04.2021

แสดงความคิดเห็น