มิฮาอิล โคชคิน (Mikhail Koshkin) จากคนทำขนมหวานสู่ผู้ให้กำเนิดรถถังที-34

ภาพอนุสาวรีย์ของมิฮาอิล โคชคินในเมืองฮาร์คอฟ ปัจจุบันอยู่ในประเทศยูเครน
(Venzz/ Wikimedia Commons/ CC BY-SA 4.0)

รถถัง T-34 เป็นหนึ่งในรถถังที่มีชื่อเสียงที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สอง และเป็นกำลังรบหลักของกองทัพโซเวียตคว้าชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนี รถถังรุ่นนี้ออกแบบโดยมิฮาอิล โคชคิน (Mikhail Koshkin) ซึ่งมาจากครอบครัวที่ยากจน เคยทำงานในโรงงานขนมหวาน แต่ได้รับโอกาสพัฒนาตนเองจนกลายเป็นผู้ออกแบบรถถังที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งได้

มิฮาอิล โคชคินเกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ.1898 ในหมู่บ้านเล็กๆใกล้เมืองยาโรสลัฟล์ (Yaroslavl) ครอบครัวของเขาเป็นเกษตรกรซึ่งมีลูกหลายคน เมื่อเขามีอายุ 7 ขวบ พ่อของเขาก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะตัดไม้ ส่งผลให้แม่ของเขาต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว หลังจบการศึกษาจากโรงเรียน โคชคินย้ายไปทำงานในโรงงานขนมหวานที่กรุงมอสโกจนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งในปี ค.ศ.1914

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โคชคินถูกเกณฑ์เป็นทหารและได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ต่อมาเมื่อเกิดการปฏิวัติรัสเซีย เขาก็เข้าร่วมกับกองทัพแดง (Red Army) ตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 เป็นเวลาสามปี ผู้บังคับบัญชาของเขาประทับใจในความสามารถและความกล้าหาญจึงสนับสนุนให้เขาได้ศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยจนสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ.1924

หลังจบมหาวิทยาลัย โคชคินกลับไปทำงานในโรงงานขนมหวาน ภายในเวลาไม่นานก็ได้เป็นผู้จัดการโรงงาน อย่างไรก็ตามแม้การได้ทำงานเป็นผู้จัดการจะถือเป็นความฝันสูงสุดของหลายๆคนแล้ว แต่โคชคินกลับอยากทำอย่างอื่นมากกว่า เขาตัดสินใจไปเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์และได้ค้นพบว่าตัวเองมีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ โดยเฉพาะการออกแบบรถถัง โคชคินสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ.1934 และได้ทำงานออกแบบรถถังให้กองทัพโซเวียต หน้าที่การงานของเขาก้าวหน้ามาก เนื่องจากช่วงเวลานั้นโซเวียตกำลังเร่งพัฒนากองทัพให้ทันสมัย ในปี ค.ศ.1936 โคชคินก็ได้รับเหรียญ Order of the Red Star

ในปี ค.ศ.1937 โคชคินถูกส่งไปที่เมืองฮาร์คอฟ (Kharkov หรือที่ยูเครนเรียกว่าฮาร์คีฟ Kharkiv) เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของรถถังเบาตระกูล BT ที่โรงงานนี้เป็นผู้ผลิต ในช่วงเวลานั้นสหภาพโซเวียตเข้าแทรกแซงสงครามกลางเมืองสเปน และได้ส่งรถถังรุ่นใหม่ของตัวเองรวมถึงรถถังเบาตระกูล BT ไปทดสอบในสนามรบจริง แม้รถถังโซเวียตจะมีขีดความสามารถสูงกว่ารถถังเบา Panzer I ของเยอรมันและ CV-33 ของอิตาลี แต่ก็มีจุดอ่อนคือมีเกราะบาง โดยเฉพาะบริเวณเครื่องยนต์และถังน้ำมัน ถ้าถูกยิงที่บริเวณดังกล่าวก็มีโอกาสเกิดไฟไหม้ได้ง่าย แม้โคชคินจะได้รับมอบหมายให้แก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว แต่เขามองว่าควรพัฒนารถถังรุ่นใหม่แทนเลยดีกว่า โดยเขามีไอเดียเกี่ยวกับรถถังรุ่นใหม่นี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1934 แล้ว เป็นที่มาของชื่อรถถัง T-34

โคชคินทำงานแก้ไขข้อบกพร่องของรถถังเบาตระกูล BT ตามที่ได้รับมอบหมาย และใช้เวลาหลังเลิกงานออกแบบรถถัง T-34 เขาต้องการให้รถถังของเขามีความสามารถในการป้องกันตัวได้ดี จึงออกแบบให้มีเกราะลาดเอียง และใช้เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งติดไฟยากกว่าเบนซิน รถถัง T-34 ยังมีอำนาจการยิงสูงจากปืนใหญ่ขนาด 76 มิลลิเมตร (รถถังสมัยนั้นส่วนใหญ่ยังใช้ปืนใหญ่ขนาด 37 มิลลิเมตร) นอกจากนี้รถถัง T-34 ยังมีความเร็วสูงด้วย เรียกว่าผสมผสาน 3 คุณสมบัติของรถถังคืออำนาจการยิง เกราะป้องกัน และความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ได้อย่างลงตัว

โคชคินเสนอแบบรถถัง T-34 ให้กองทัพโซเวียตพิจารณาในปี ค.ศ.1939 แต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากนายทหารโซเวียตยังคงยึดติดกับรถถังเบา ในขณะที่ T-34 มีน้ำหนัก 26 ตัน จัดเป็นรถถังกลาง โคชคินไม่ยอมแพ้ เขาตัดสินใจสร้างต้นแบบรถถัง T-34 ด้วยตัวเอง ในปีเดียวกันนี้ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่สองขึ้น แม้เยอรมนีและสหภาพโซเวียตจะมีการทำสนธิสัญญาไม่รุกรานกัน (Molotov–Ribbentrop Pact) แต่โคชคินไม่ไว้ใจเยอรมนี เขามองว่าถ้าเกิดในอนาคตเยอรมนีบุกสหภาพโซเวียต รถถัง T-34 ของเขาจะเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องประเทศ หลังจากสร้างรถถัง T-34 คันต้นแบบเสร็จ โคชคินก็เขียนจดหมายถึงอิโอซิฟ สตาลิน (Iosif Stalin) ผู้นำโซเวียตโดยตรง ความพยายามของเขาประสบความสำเร็จ สตาลินสั่งให้โคชคินนำรถถัง T-34 มาทดสอบที่กรุงมอสโก

เดือนมีนาคม ค.ศ.1940 โคชคินตัดสินใจขับรถถัง T-34 จากเมืองฮาร์คอฟไปยังกรุงมอสโกด้วยตัวเองเป็นระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร แทนที่จะลำเลียงด้วยรถไฟ เป็นการทดสอบขีดความสามารถของรถถังรุ่นนี้ไปในตัว แม้ในช่วงเวลานั้นโคชคินจะป่วยเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ขับรถถัง T-34 ฝ่าฝนและหิมะ ผ่านเส้นทางทุรกันดารต่างๆ บางครั้งก็ต้องลุยข้ามแม่น้ำ เนื่องจากสะพานไม่สามารถรองรับน้ำหนักรถถังได้ แต่เขาก็มาถึงสนามทดสอบรถถังที่คูบินก้า (Kubinka) ในที่สุด โคชคินไม่รอช้านำรถถัง T-34 เข้ารับการทดสอบต่อทันที โดยสตาลินมาชมการทดสอบด้วยตัวเอง

การทดสอบรถถัง T-34 เป็นไปอย่างเข้มข้น สตาลินถึงขนาดให้โคชคินขับรถถัง T-34 ไปถึงฟินแลนด์แล้ววกกลับมา ในที่สุด T-34 ก็ผ่านการทดสอบและได้เข้าสู่สายการผลิต แต่ทว่าโคชคินไม่มีโอกาสอยู่ดูความสำเร็จของตัวเอง เขาติดเชื้อโรคปอดอักเสบรุนแรง (severe pneumonia) ระหว่างการทดสอบรถถัง T-34 และเสียชีวิตในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ.1940

ในปี ค.ศ.1942 สตาลินมอบเหรียญ State Stalin Prize ให้โคชคินที่เสียชีวิตไปแล้ว และต่อมาก็มีการสร้างอนุสาวรีย์ของเขาที่เมืองฮาร์คอฟ รัสเซียสร้างภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์การทดสอบรถถัง T-34 ของโคชคิน ชื่อเรื่อง Танки หรือ Tanks for Stalin เข้าฉายเมื่อปี ค.ศ.2018

สวัสดี

07.05.2021

ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Танки หรือ Tanks for Stalin เข้าฉายในรัสเซียเมื่อปี ค.ศ.2018

แสดงความคิดเห็น