สมรภูมิรอกส์ดริฟต์ ทหารอังกฤษร้อยห้าสิบนายปะทะนักรบซูลูสี่พันนาย

ภาพวาดสมรภูมิรอกส์ดริฟต์ โดยศิลปิน Alphonse de Neuville (Public Domain)

หลังนักรบซูลู (Zulu) มีชัยชนะเหนือกองทัพอังกฤษในสมรภูมิไอแซนด์ลวานา (Battle of Isandlwana) ในวันที่ 22 มกราคม ค.ศ.1879 แล้ว นักรบซูลูกองหนึ่งมีกำลังพลประมาณ 3,000 – 4,000 นาย ก็เกิดความฮึกเหิมเป็นอย่างมาก แยกตัวออกจากกองทัพใหญ่ของซูลู มุ่งหน้าตรงไปยังค่ายมิชชันนารีรอกส์ดริฟต์ (Rorke’s Drift) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำบัฟฟาโล (Buffalo River) บริเวณชายแดนอาณานิคมของอังกฤษในแอฟริกาใต้กับราชอาณาจักรซูลู (Zulu Kingdom) หรือซูลูแลนด์ (Zululand) ฝ่าฝืนพระบัญชาของกษัตริย์เคตช์วาโย (Cetshwayo) ที่ทรงห้ามไม่ให้นักรบซูลูทำการรุกออกไปนอกชายแดน แต่ให้รบเพื่อป้องกันประเทศตนเองเท่านั้น ไม่ให้นานาชาติมองชาวซูลูเป็นผู้รุกราน

ช่วงบ่ายวันที่ 22 มกราคม ทหารสองนายที่รอดชีวิตมาจากไอแซนด์ลวานาได้นำข่าวมาแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทหารอังกฤษในค่ายรอกส์ดริฟต์ ได้แก่ร้อยโทจอห์น ชาร์ด (John Chard) และกอนวิลล์ บรอมเฮด (Gonville Bromhead) ถึงความพ่ายแพ้ของกองทัพอังกฤษ รวมถึงบอกด้วยว่านักรบซูลูกองใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาที่ค่าย นายทหารอังกฤษปรึกษากันแล้วลงความเห็นว่าถ้าพวกเขาตั้งรับนักรบซูลูอยู่ในค่าย น่าจะมีโอกาสรอดมากกว่าการทิ้งค่ายหนีไปอยู่ในที่โล่ง ว่าแล้วทหารอังกฤษในค่ายประมาณ 150 นายก็เตรียมตัวรับศึกทันที

ค่ายรอกส์ดริฟต์มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีอาคารหลัก 3 แห่งคือโรงพยาบาลสนามอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ คลังสัมภาระอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ และคอกสัตว์อยู่ทางทิศตะวันออก มีกำแพงเตี้ยๆเชื่อมต่อกัน ทหารอังกฤษใช้กระสอบข้าวโพดเสริมความสูงของกำแพง มีการนำเฟอร์นิเจอร์มาวางขวางด้านนอกกำแพงและประตู นอกจากนี้ยังมีการสร้างกำแพงด้านในจากกล่องบิสกิตแบ่งพื้นที่ค่ายออกเป็นสองส่วน รวมถึงมีที่มั่นสูง 9 ฟุตอยู่ด้านในสุดทางซีกตะวันออก สำหรับใช้เป็นแนวป้องกันสุดท้าย

เวลาประมาณ 15.30 น. ทหารม้าอาณานิคมของอังกฤษประมาณ 100 นายใต้บังคับบัญชาของร้อยโทอัลเฟรด เฮนเดอร์สัน (Alfred Henderson) ซึ่งถอยร่นมาจากไอแซนด์ลวานาก็มาถึงค่ายรอกส์ดริฟต์ ทหารหน่วยนี้อาสาไปป้องกันเนินเขาออสการ์เบิร์ก (Oscarberg) ทางใต้ของค่าย เพื่อไม่ให้นักรบซูลูใช้ตีตลบหลังค่ายได้

เวลาประมาณ 16.20 น. สมรภูมิรอกส์ดริฟต์ (Battle of Rorke’s Drift) ก็เปิดฉากขึ้นเมื่อกองหน้าของนักรบซูลูเข้าตีเนินเขาออสการ์เบิร์ก ผ่านไปไม่นาน ทหารม้าอาณานิคมอังกฤษก็ถอยร่นไปทางตะวันตก ทิ้งให้ทหารอังกฤษในค่ายรอกส์ดริฟต์ต่อสู้ต่อไปตามลำพัง

เวลาประมาณ 16.30 น. นักรบซูลูเปิดฉากเข้าตีค่ายรอกส์ดริฟต์ กองหน้าของนักรบซูลูประมาณ 600 นายเข้าตีจากทางใต้ ขณะที่กำลังหลักเข้าตีจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ถูกทหารอังกฤษในค่ายยิงตอบโต้อย่างหนักจนนักรบซูลูต้องถอยกลับไปตั้งหลัก แล้วจัดกระบวนเข้าตีใหม่อีกครั้งหนึ่งจากด้านตะวันตกและด้านเหนือ ขณะเดียวกันนักรบซูลูบางส่วนบนเนินเขาออสการ์เบิร์กก็ใช้ปืนคาบศิลาและปืนไรเฟิลที่ยึดได้จากไอแซนด์ลวานายิงตรึงทหารอังกฤษบริเวณกำแพงด้านใต้ของค่ายไว้ แม้นักรบซูลูจะอยู่บนที่สูง แต่เนื่องจากไม่มีความชำนาญในการใช้ปืน จึงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้ทหารอังกฤษได้มากนัก นักรบซูลูส่วนใหญ่ยังคงใช้หอกและโล่เป็นอาวุธหลัก

การสู้รบอย่างดุเดือดดำเนินต่อไปถึงเวลาประมาณ 18.00 น. แม้นักรบซูลูจะไม่สามารถปีนข้ามกำแพงค่ายเข้ามาได้ แต่ร้อยโทชาร์ดมองว่าทหารอังกฤษไม่น่าจะสามารถป้องกันกำลังด้านเหนือของค่ายต่อไปได้แล้ว จึงออกคำสั่งให้ทหารถอยร่นเข้าไปยังกำแพงชั้นใน ระหว่างนี้นักรบซูลูจำนวนมากก็บุกเข้าไปในโรงพยาบาล ทหารอังกฤษในโรงพยาบาลต้องใช้ดาบปลายปืนเจาะช่องกำแพงโรงพยาบาลไล่ไปทีละห้อง เพื่ออพยพคนไข้หนี พร้อมกับยิงต้านทานนักรบซูลูไปด้วย จนกระทั่งสามารถปีนหน้าต่างออกจากโรงพยาบาล ไปสมทบกับทหารคนอื่นๆบริเวณกำแพงชั้นในได้สำเร็จ นักรบซูลูยังคงโจมตีค่ายรอกส์ดริฟต์อย่างหนักในช่วงเวลากลางคืน ทหารอังกฤษจำเป็นต้องละทิ้งคอกสัตว์เข้าไปอาศัยที่มั่นด้านในสุดเป็นแนวป้องกัน จนกระทั่งเวลาประมาณตีสองวันที่ 23 มกราคม การโจมตีของนักรบซูลูจึงค่อยๆหยุดลง

เมื่อเวลาผ่านไปถึงช่วงเช้ามืด การโจมตีของนักรบซูลูก็หยุดลงโดยสิ้นเชิง นักรบซูลูที่เหลือหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงศพเกลื่อนไปทั่วสมรภูมิ แต่ขณะที่ทหารอังกฤษออกมาค้นหาผู้รอดชีวิตอยู่นั้น นักรบซูลูก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเวลาประมาณ 7.00 น. ทหารอังกฤษรีบเข้าประจำตำแหน่ง แต่นักรบซูลูกลับไม่ได้ทำการโจมตีแต่อย่างใด หลังจากคุมเชิงอยู่ไม่นาน นักรบซูลูก็ถอยทัพกลับไป กองทัพอังกฤษของลอร์ดเชล์มฟอร์ด (Lord Chelmsford) มาถึงค่ายรอกส์ดริฟต์เวลาประมาณ 8.00 น. เป็นจุดสิ้นสุดสมรภูมิรอกส์ดริฟต์ ในสมรภูมิแห่งนี้มีนักรบซูลูเสียชีวิตกว่า 600 นาย ขณะที่ฝ่ายอังกฤษมีทหารเสียชีวิต 17 นาย และทหารที่เหลือต่างก็ได้รับบาดเจ็บมากบ้างน้อยบ้าง มีทหารอังกฤษ 11 นายได้รับเหรียญกล้าหาญวิกตอเรียครอส (Victoria Cross – VC)

สมรภูมิรอกส์ดริฟต์ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของอังกฤษในสงครามซูลู (Zulu War) ช่วยกอบกู้ขวัญกำลังใจหลังความหายนะในสมรภูมิไอแซนด์ลวานา

สวัสดี

23.05.2021

เพลง Rorke’s Drift ของวง Sabaton

แสดงความคิดเห็น