สมรภูมิคูร์ส ตอนที่ 1 การตัดสินใจของฮิตเลอร์

ภาพรถถังหนัก Tiger I สังกัดกองพลยานเกราะ เอสเอส ที่ 2 ดาส ไรช์ ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1943
(Bundesarchiv, Bild 101III-Zschaeckel-206-35 / Zschäckel, Friedrich / CC-BY-SA 3.0)

หลังกองทัพที่ 6 ของเยอรมันยอมแพ้ในสตาลินกราด (Stalingrad) ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1943 กองทัพโซเวียตได้ทำการรุกตอบโต้ขับไล่กองทัพเยอรมันถอยร่นไปจากพื้นที่แถบเทือกเขาคอเคซัสและภาคใต้ของรัสเซีย ไปจนถึงภาคตะวันออกของยูเครน แต่หลังจากนั้นการรุกของโซเวียตก็ค่อยๆหยุดชะงักลงเนื่องจากกำลังรบในแนวหน้าเริ่มร่อยหรอและขาดการส่งกำลังบำรุง จอมพลเอริช ฟอน มันชไตน์ (Erich von Manstein) ผู้บัญชาการกลุ่มกองทัพภาคใต้ (Army Group South) ของเยอรมันจึงทำการรุกตอบโต้ตามแนวคิดการดีดกลับของสปริง และสามารถยึดเมืองฮาร์คอฟ (Kharkov) และเบลโกรอด (Belgorod) คืนมาได้ในเดือนมีนาคม มันชไตน์ต้องการรุกขึ้นเหนือต่อไปยังคูร์ส (Kursk) เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มกองทัพภาคกลาง (Army Group Center) ของจอมพลกึนเทอร์ ฟอน คลูเกอ (Günther von Kluge) ที่เมืองโอเรล (Orel) แต่ไม่ทันกาล เนื่องจากสภาพอากาศเริ่มเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ น้ำแข็งและหิมะเริ่มละลาย ส่งผลให้ถนนหนทางกลายเป็นโคลนเลน ส่งผลให้ปฏิบัติการยึดเมืองคูร์สถูกเลื่อนออกไป พื้นที่รอบเมืองคูร์สจึงกลายเป็นแนวรบของโซเวียตที่ยื่นล้ำเข้าไป (salient) ในแนวรบเยอรมันลึกถึง 150 กิโลเมตร กว้าง 200 กิโลเมตร ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญ เพราะกองทัพโซเวียตสามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานทำการรุกเพื่อแบ่งแยกกลุ่มกองทัพภาคกลางและภาคใต้ของเยอรมันออกจากกัน แล้วตีตลบหลังเพื่อโอบล้อมได้ กองทัพเยอรมันจำเป็นต้องหาทางจัดการกับกองทัพโซเวียตในพื้นที่รอบเมืองคูร์ส แต่ติดอุปสรรคสำคัญคือกำลังรบของกองทัพเยอรมันในปี ค.ศ.1943 นั้นร่อยหรอไปมาก นอกจากนั้นการที่แนวรบของโซเวียตที่คูร์สยื่นล้ำเข้าไปในแนวรบเยอรมันเห็นได้ชัดเจนนั้น ก็ส่งผลให้ทุกฝ่ายคาดการณ์ได้ว่ากองทัพเยอรมันต้องทำการรุกในพื้นที่นี้แน่นอน ไม่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจไปยังพื้นที่อื่นได้เลย

วันที่ 15 เมษายน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ออกคำสั่งให้กองทัพเยอรมันเริ่มปฏิบัติการยึดเมืองคูร์สชื่อรหัสปฏิบัติการซิตาเดล (Operation Citadel) ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แผนนี้ร่างขึ้นโดยเสนาธิการเคิร์ท ไซทซ์เลอร์ (Kurt Zeitzler) ตามแผนการนี้กองทัพเยอรมันจะโจมตีกองทัพโซเวียตที่คูร์สจากสองทิศทาง โดยกลุ่มกองทัพภาคกลางจะใช้กองทัพที่ 9 ของนายพลวัลเทอร์ โมเดล (Walter Model) โจมตีจากทางเหนือ ขณะที่กลุ่มกองทัพภาคใต้จะใช้กองทัพยานเกราะที่ 4 (4th Panzer Army) ของนายพลแฮร์มาน โฮธ (Hermann Hoth) โจมตีจากทางใต้ กองบัญชาการเยอรมันต้องการเริ่มปฏิบัติการซิตาเดลโดยเร็วที่สุด ก่อนที่กองทัพโซเวียตจะมีโอกาสตั้งตัว แต่การที่เมืองคูร์สถือเป็นเป้าหมายที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว กองทัพโซเวียตจึงเริ่มเตรียมสร้างแนวป้องกันล่วงหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว ประกอบกับข่าวปฏิบัติการซิตาเดลได้รั่วไปถึงโซเวียต โดยสายลับชื่อรหัสแวร์เทอร์ (Werther) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นนายทหารในกองบัญชาการเยอรมัน ได้ส่งรายละเอียดปฏิบัติการซิตาเดลให้ผู้นำโซเวียต อิโอซิฟ สตาลิน (Iosif Stalin) ผ่านทางเครือข่ายสายลับลูซี่ (Lucy) ของรูดอล์ฟ โรสสเลอร์ (Rudolf Roessler) ในสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ก่อนฮิตเลอร์จะมีคำสั่งออกมาเสียอีก ส่งผลให้เป้าหมายของกองทัพเยอรมันไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด

เมื่อเยอรมันทราบข่าวการเตรียมสร้างแนวป้องกันของกองทัพโซเวียต นายทหารหลายนายก็เริ่มกังวลถึงโอกาสที่ปฏิบัติการซิตาเดลจะประสบความสำเร็จ วันที่ 27 เมษายน นายพลโมเดลเสนอภาพถ่ายทางอากาศแนวป้องกันของโซเวียตให้ฮิตเลอร์ดู เขาบอกฮิตเลอร์ว่ายิ่งกองทัพเยอรมันใช้เวลาเตรียมตัวนานแค่ไหน โอกาสที่ปฏิบัติการซิตาเดลจะประสบความสำเร็จก็น้อยลงเท่านั้น เขาเสนอให้ยกเลิกปฏิบัติการซิตาเดล และให้กองทัพเยอรมันเปลี่ยนแผนไปเตรียมการตั้งรับการรุกของโซเวียตแทน สาเหตุหนึ่งที่โมเดลเสนอฮิตเลอร์ไปแบบนั้นเพราะโมเดลเป็นนายทหารที่ชำนาญการตั้งรับมากกว่าการรุก ทางด้านจอมพลมันชไตน์ซึ่งเป็นผู้ผลักดันปฏิบัติการยึดเมืองคูร์สมาตั้งแต่ต้น ก็ต้องการให้กองทัพเยอรมันเริ่มปฏิบัติการซิตาเดลโดยเร็วที่สุด แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็กังวลถึงโอกาสที่ปฏิบัติการนี้จะประสบความสำเร็จเช่นกัน

วันที่ 4 พฤษภาคม ฮิตเลอร์เรียกประชุมคณะนายทหารที่เมืองมิวนิค จอมพลมันชไตน์เรียกร้องให้เริ่มปฏิบัติการซิตาเดลโดยทันทีด้วยกำลังรบเท่าที่มี โดยเขาขอกำลังเสริมเพิ่มอีก 2 กองพล แต่ฮิตเลอร์ปฏิเสธเนื่องจากขณะนั้นกองทัพเยอรมันไม่มีกองหนุนว่างอยู่เลย จอมพลคลูเกอก็เสนอให้เริ่มปฏิบัติการซิตาเดลทันทีเช่นกัน อย่างไรก็ตามนายอัลเบิร์ต ชแปร์ (Albert Speer) รัฐมนตรีกระทรวงสรรพาวุธได้คัดค้านปฏิบัติการซิตาเดล เนื่องจากเยอรมันมีปัญหาขาดแคลนทรัพยากร ไม่สามารถผลิตยานเกราะมาทดแทนความสูญเสียได้ทัน นายพลไฮนซ์ กูเดเรียน (Heinz Guderian) ซึ่งฮิตเลอร์แต่งตั้งเป็นนายพลผู้ตรวจการณ์ของหน่วยยานเกราะ (Inspector General of Armoured Troops) รับผิดชอบดูแลการฟื้นฟูและพัฒนาหน่วยยานเกราะเยอรมันก็คัดค้านปฏิบัติการซิตาเดลเช่นกัน กูเดเรียนมองว่ากำลังรบของหน่วยยานเกราะเยอรมันที่เขาพยายามฟื้นฟูขึ้นมายังไม่พร้อมสำหรับปฏิบัติการ การประชุมจบลงโดยที่ฮิตเลอร์ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เด็ดขาด สามวันต่อมากองบัญชาการเยอรมันออกคำสั่งเลื่อนปฏิบัติการซิตาเดลไปเป็นวันที่ 12 มิถุนายน

ภาพนายพลไฮนซ์ กูเดเรียนขณะเดินทางไปยังแนวรบด้านตะวันออกในปี ค.ศ.1943 (Oberst Ludwig v. Eimannsberger)

วันที่ 10 พฤษภาคม ฮิตเลอร์หารือกับกูเดเรียนที่กรุงเบอร์ลิน (Berlin) อีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับการผลิตรถถัง Panther รุ่นใหม่ กูเดเรียนถามฮิตเลอร์ว่าเหตุใดฮิตเลอร์ถึงต้องการทำการรุกในแนวรบด้านตะวันออกในปีนี้ กูเดเรียนบอกว่าคนส่วนใหญ่ทั่วโลกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมืองคูร์สตั้งอยู่ที่ไหน ไม่ว่ากองทัพเยอรมันจะยึดเมืองคูร์สได้หรือไม่ก็ไม่มีความสำคัญอะไร ตอนแรกฮิตเลอร์มีท่าทีเห็นด้วยกับกูเดเรียน ฮิตเลอร์บอกว่าพอเขาคิดถึงการรุกครั้งนี้ทีไรก็รู้สึกคลื่นไส้ทุกครั้ง แต่หลังจากนั้นฮิตเลอร์ก็เปลี่ยนใจระหว่างการประชุมสมาชิกระดับสูงของพรรคนาซี สั่งให้ไฟเขียวเดินหน้าปฏิบัติการซิตาเดล

ช่วงต้นเดือนมิถุนายน คณะเสนาธิการเยอรมันเสนอให้ยกเลิกปฏิบัติการซิตาเดล และย้ายกำลังพลไปเสริมที่อิตาลีและคาบสมุทรบอลข่าน เพื่อป้องกันการยกพลขึ้นบกของฝ่ายสัมพันธมิตรจากแอฟริกาเหนือ (กองทัพเยอรมันและอิตาลีในตูนิเซียยอมแพ้ในเดือนพฤษภาคม) แต่ฮิตเลอร์ยืนกรานให้เดินหน้าปฏิบัติการซิตาเดลต่อไป อย่างไรก็ตามกำหนดการได้ถูกเลื่อนออกไปอีกครั้งหนึ่งเป็นวันที่ 5 กรกฎาคม สมรภูมิคูร์ส (Battle of Kursk) ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป

สวัสดี

30.05.2021

แสดงความคิดเห็น