กต. สหรัฐฯอนุมัติขายเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ให้ฟิลิปปินส์ 12 ลำ

ภาพเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯที่ฐานทัพอากาศบาแกรมในอัฟกานิสถาน วันที่ 15 ธันวาคม 2013
(Public domain photograph from defenseimagery.mil.)

มีข่าวจากสื่อ Reuters และ Air Force Magazine กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) เปิดเผยว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯอนุมัติแพคเกจขายเครื่องบินขับไล่ F-16C Block 70/72 จำนวน 10 ลำและเครื่องบินขับไล่ F-16D Block 70/72 จำนวน 2 ลำ ผลิตโดยบริษัท Lockheed Martin พร้อมจรวด AGM-84 Harpoon จำนวน 12 ลูก ผลิตโดยบริษัท Boeing, จรวด AIM-9X Sidewinder จำนวน 24 ลูก ผลิตโดยบริษัท Raytheon และอุปกรณ์อื่นๆ มูลค่ารวมกันประมาณ 2,500 – 2,900 ล้านเหรียญ (ประมาณ 80,000 ล้านบาท) ให้ฟิลิปปินส์

การที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯอนุมัติให้ขายเครื่องบินขับไล่ F-16 ให้ฟิลิปปินส์ไม่ได้หมายความว่าฟิลิปปินส์ได้ตัดสินใจจัดหาเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้แล้วแต่อย่างใด แต่เป็นการอำนวยความสะดวกเท่านั้น เนื่องจากเวลาสหรัฐฯจะขายอาวุธให้ต่างประเทศต้องผ่านการอนุมัติจากหลายหน่วยงาน เช่นกระทรวงการต่างประเทศและสภาคองเกรส สำหรับราคาที่สหรัฐฯเสนอมา หารเฉลี่ยต่อลำแล้วถือว่าแพงมาก แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะจำนวนที่จัดหาค่อนข้างน้อย ประกอบกับฟิลิปปินส์ไม่เคยมีเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงแบบนี้ใช้งานมาก่อน (ฟิลิปปินส์ปลดประจำการเครื่องบินขับไล่ F-5A/B ไปตั้งแต่ปี ค.ศ.2005) ต้องจัดหาอะไหล่ อาวุธ และระบบสนับสนุนต่างๆใหม่หมด

สำหรับตัวเลือกเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ของฟิลิปปินส์ นอกจากเครื่องบินขับไล่ F-16 จากสหรัฐฯแล้วก็ยังมีเครื่องบินขับไล่ JAS-39 Gripen จากบริษัท Saab ของสวีเดนอีกรุ่นหนึ่ง ถือว่าเป็นการแข่งขันที่น่าสนใจ เพราะด้านหนึ่งสหรัฐฯก็ต้องการรักษาสถานะพันธมิตรทางทหารของฟิลิปปินส์ ในขณะที่สวีเดนก็ต้องการหาลูกค้าเครื่องบินขับไล่ Gripen หลังจากไม่มีลูกค้าใหม่มานาน ซึ่งผลการคัดเลือกแบบเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ของฟิลิปปินส์ย่อมมีผลกับโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ของกองทัพอากาศไทยในอนาคตเช่นกัน

สวัสดี

25.06.2021

แสดงความคิดเห็น