M24 Chaffee (ชาร์ฟฟี) รถถังเบาของสหรัฐฯช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง

ภาพรถถังเบา M24 Chaffee ของสหรัฐฯ
(Greg Goebel/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐฯพบว่ารถถังเบา M3/M5 Stuart ซึ่งติดอาวุธปืนใหญ่ขนาด 37 มิลลิเมตรมีอำนาจการยิงน้อยเกินไป รวมถึงมีเกราะบางมาก ไม่สามารถต่อกรกับรถถังรุ่นใหม่ๆของฝ่ายอักษะได้ สหรัฐฯจึงทำการพัฒนารถถังเบา M24 Chaffee รุ่นใหม่ซึ่งหุ้มเกราะหนาขึ้นและมีความลาดเอียง ติดอาวุธปืนใหญ่ขนาด 75 มิลลิเมตร สำหรับรถถังในยุคนั้นถือว่าหมัดหนักพอตัว เข้าประจำการในปี ค.ศ.1944

รถถังเบา M24 ตั้งชื่อตามพลเอก A.R. Chaffee ผู้ริเริ่มก่อตั้งหน่วยยานเกราะสหรัฐฯ มีน้ำหนัก 20.2 ตัน มีขนาดยาว 5.54 เมตรเมื่อหันป้อมปืนไปด้านหน้า กว้าง 2.98 เมตร สูง 2.77 เมตร ใช้พลประจำรถ 5 นายได้แก่ ผบ.รถถัง พลขับ พลวิทยุ พลยิง และพลบรรจุ ติดอาวุธปืนใหญ่ M6 ขนาด 75 มิลลิเมตร ปืนกลร่วมแกน Browning M1919A4 ขนาด 7.62 มิลลิเมตร และปืนกลหนัก Browning M2HB ขนาด 12.7 มิลลิเมตร ระบบขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 220 แรงม้า มีความเร็วสูงสุด 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะปฏิบัติการ 160 กิโลเมตร

รถถังเบา M24 ออกรบครั้งแรกระหว่างยุทธการตอกลิ่ม (Battle of the Bulge) ตอบโต้การรุกของกองทัพเยอรมันในป่าอาร์เดน แม้รถถังเบา M24 จะช่วยให้หนน่วยรถถังเบาของสหรัฐฯมีขีดความสามารถสูงขึ้น แต่รถถังรุ่นนี้ถูกส่งมาถึงสมรภูมิจำนวนน้อยและช้าเกินไปจึงไม่มีผลต่อการสู้รบมากนัก หน่วยรถถังเบาของสหรัฐฯส่วนใหญ่ยังคงใช้งานรถถังเบา M5 Stuart จนสิ้นสุดสงคราม หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง สหรัฐฯวางกำลังรถถังเบา M24 จำนวนมากในการยึดครองญี่ปุ่น เนื่องจากถนนและสะพานส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นไม่สามารถรองรับน้ำหนักรถถังกลาง M4 Sherman และรถถังหนัก M26 Pershing ได้

เมื่อเกิดสงครามเกาหลีขึ้นในปี ค.ศ.1950 รถถังเบา M24 จากญี่ปุ่น ก็เป็นรถถังรุ่นแรกๆที่สหรัฐฯส่งไปยังคาบสมุทรเกาหลี แต่ปรากฏว่าขีดความสามารถของรถถังรุ่นนี้เทียบไม่ได้กับรถถังกลาง T-34/85 ซึ่งสหภาพโซเวียตส่งมาให้เกาหลีเหนือ ภารกิจของรถถังเบา M24 จึงจำกัดอยู่แค่การลาดตระเวนและสนับสนุนทหารราบเท่านั้น เมื่อสงครามเกาหลีสิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1953 สหรัฐฯก็ปลดประจำการรถถังเบา M24 ทดแทนด้วยรถถังเบา M41 Walker Bulldog

แม้สหรัฐฯจะปลดประจำการรถถังเบา M24 หลังใช้งานมาได้ไม่ถึง 10 ปี แต่รถถังรุ่นนี้ก็ถูกขายหรือส่งต่อให้ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯเช่น ออสเตรีย เบลเยียม ฝรั่งเศส ตุรกี กรีซ ฯลฯ นำไปใช้งานต่ออย่างแพร่หลาย ฝรั่งเศสใช้รถถังเบา M24 ในเวียดนามและแอลจีเรีย ขณะที่ปากีสถานก็ใช้งานรถถังเบา M24 ระหว่างสงครามกับอินเดียในปี ค.ศ.1971 ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นรถถังเบา M24 ถือว่าล้าสมัยมากแล้ว รถถังเบา M24 ของปากีสถานจำนวน 66 คันถูกทำลายโดยรถถังหลัก T-55, รถถังเบา PT-76 และอาวุธต่อสู้รถถังของอินเดีย เป็นสมรภูมิสุดท้ายที่มีการใช้งานรถถังเบา M24

กองทัพบกไทยได้รับมอบรถถังเบา M24 จากสหรัฐฯมาใช้งานจำนวนหนึ่งในปี ค.ศ.1952 กองทัพบกไทยใช้งานรถถังรุ่นนี้อยู่ประมาณ 10 ปี ก่อนจะปลดประจำการในปี ค.ศ.1962 หลังได้รับมอบรถถังเบา M41 เข้าประจำการ รถถังเบา M24 ของกองทัพบกไทย หมายเลข 12248 ถูกเรียกว่ารถถังพระที่นั่ง เนื่องจากเป็นรถถังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประทับเพื่อทอดพระเนตรการฝึกและตรวจพลสวนสนามในการฝึกวายุบุตร บริเวณเขากระเตย ถนนมิตรภาพ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 เมษายน ค.ศ.1958

สวัสดี

21.07.2021

แสดงความคิดเห็น