รถถัง M103 รถถังหนัก (Heavy tank) รุ่นสุดท้ายของสหรัฐฯ

ภาพรถถังหนัก M103A2 ของสหรัฐฯ
(Max Smith/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

แม้ประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่ในสงครามโลกครั้งที่สองจะมีการใช้งานรถถังหนัก (Heavy tank) อย่างแพร่หลายเช่นรถถัง Tiger I และ King Tiger ของเยอรมนี (จริงๆแล้วรถถัง Panther ก็อาจจัดเป็นรถถังหนักได้เช่นกัน แต่กองทัพเยอรมันจัดให้เป็นรถถังกลางหรือ Medium tank ตามลักษณะการใช้งาน), รถถัง Churchill ของอังกฤษ และรถถังหนัก IS-2 ของสหภาพโซเวียต เป็นต้น แต่สหรัฐฯกลับไม่ได้ให้ความสนใจพัฒนารถถังหนักมากนัก แต่มุ่งเน้นไปที่รถถังกลางอย่างรถถัง M4 Sherman เป็นหลัก สาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่สหรัฐฯต้องผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ป้อนแนวรบต่างๆทั้งในยุโรปและเอเชียแปซิฟิก ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร สหรัฐฯจึงต้องพยายามพัฒนายุทโธปกรณ์ที่มีความซับซ้อนไม่มากและบำรุงรักษาง่ายไว้ก่อน รถถังหนัก M26 Pershing พึ่งจะเข้าสู่สายการผลิตในปี ค.ศ.1944 และกว่าจะถูกส่งไปถึงยุโรปในจำนวนที่มากพอก็ต้องรอถึงช่วงต้นปี ค.ศ.1945 ซึ่งสงครามในยุโรปใกล้จะสิ้นสุดเต็มทีแล้ว เรียกว่าแทบไม่มีผลต่อสงครามเลย

สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงและสงครามเย็นกำลังก่อตัว สหภาพโซเวียตเปิดตัวรถถังหนักรุ่นใหม่หลายรุ่นตั้งแต่รถถัง IS-3 ไปจนถึง T-10 ติดอาวุธปืนใหญ่ขนาด 122 มิลลิเมตร หุ้มเกราะหนา ส่งผลให้ตะวันตกต้องพัฒนารถถังหนักรุ่นใหม่ติดอาวุธปืนใหญ่ขนาด 120 มิลลิเมตรมารับมือบ้าง โดยอังกฤษได้พัฒนารถถัง Conqueror เข้าประจำการในปี ค.ศ.1953 ขณะที่สหรัฐฯก็พัฒนารถถัง M103 เข้าประจำการในปี ค.ศ.1957

รถถัง M103 ผลิตโดยบริษัท Chrysler ติดอาวุธปืนใหญ่ขนาด 120 มิลลิเมตร ซึ่งดัดแปลงมาจากปืนต่อสู้อากาศยานขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯในขณะนั้น และยังหุ้มเกราะหนา ส่งผลให้มีน้ำหนักมากถึง 65 ตัน แต่ทว่าเนื่องจากกองทัพสหรัฐฯต้องการนำรถถังรุ่นนี้เข้าประจำการโดยเร็วที่สุด กำหนดการเดิมต้องการให้ทันใช้งานในสงครามเกาหลีด้วยซ้ำ ส่งผลให้ไม่มีเวลาพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ต้องใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 810 แรงม้า ซึ่งออกแบบมาใช้กับรถถังหลัก (Main Battle Tank) รุ่น M48 Patton ที่มีน้ำหนักเพียง 48.5 ตัน ส่งผลให้เครื่องยนต์ต้องรับภาระหนัก ชำรุดเสียหายง่าย และมีความเร็วต่ำ แม้ภายหลังจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ดีเซลของรถถัง M60 แทน ก็ไม่ช่วยแก้ปัญหามากนัก เนื่องจากรถถัง M60 ก็มีน้ำหนักเพียง 52 ตันเท่านั้น

ขณะที่สหรัฐฯกำลังแก้ไขปัญหาของรถถัง M103 อยู่นั้น สหรัฐฯก็พบว่ารถถังโซเวียตที่เป็นภัยคุกคามจริงๆแล้วไม่ใช่รถถังหนักตระกูล IS หรือ T-10 แต่เป็นรถถังหลักตระกูล T-54/55 นอกจากนี้รถถัง M60 ของสหรัฐฯเองก็มีขีดความสามารถพอจะทดแทนบทบาทเดิมของรถถัง M103 ได้หมด กองทัพบกสหรัฐฯจึงปลดประจำการรถถัง M103 ไปในปี ค.ศ.1963 ทดแทนด้วยรถถัง M60 อย่างไรก็ตามนาวิกโยธินสหรัฐฯยังคงใช้งานรถถัง M103 ต่อเนื่องไปจนถึงปี ค.ศ.1974 ก่อนจะปลดประจำการแล้วทดแทนด้วยรถถัง M60 เช่นกัน

รถถัง M103 เป็นรถถังหนักรุ่นสุดท้ายของกองทัพสหรัฐฯ

สวัสดี

30.07.2021

แสดงความคิดเห็น