กองทัพไทยจำเป็นต้องปรับลดขนาดลง จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ภาพรถถัง M60A1 ของกองทัพบกไทย ระหว่างการฝึก Cobra Gold 2014
(DoD photo by Sgt. Artur Shvartsberg, U.S. Marine Corps/Released)

*** บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ***

ปัจจุบันเรื่องการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุถือเป็นประเด็นสำคัญที่ภาคส่วนต่างๆของประเทศไทยหยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อยๆ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยมากในทุกๆด้าน เพราะในอนาคตอันใกล้นี้จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่มีเด็กเกิดน้อย ประชากรวัยทำงานจะลดลงเรื่อยๆ โดยข้อมูลบางแหล่งระบุว่าในปี ค.ศ.2040 ไทยอาจมีประชากรวัยทำงานเหลือแค่ 29 ล้านคน หรือราว 40% ของประชากรเท่านั้น หมายความว่าคนแค่ 40% ต้องทำงาน จ่ายภาษี แบกรับคนทั้งประเทศ แถมค่าใช้จ่ายในอนาคตก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากต้องจัดรัฐสวัสดิการและค่ารักษาพยาบาลให้ผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้น และต้องไม่ลืมว่าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน หางานได้ยากมากขึ้น รายได้ก็เพิ่มขึ้นไม่ทันเงินเฟ้อและค่าครองชีพ ฯลฯ ในอนาคตปัญหาก็อาจจะร้ายแรงมากขึ้นอีก ดังนั้นเรื่องสังคมผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสนใจ และถ้าไม่มีการแก้ไขที่ต้นเหตุ ปัญหาสังคมผู้สูงอายุก็จะอยู่กับประเทศไทยไปอีกนาน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่เป็นเรื่องแนวโน้มประชากร วิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุได้ คือคนไทยต้องมีลูกมากขึ้น ไม่ใช่แค่ครอบครัวละ 1 – 2 คน แต่ต้องมีลูกอย่างน้อยครอบครัวละ 3 – 4 คนเลยทีเดียว แต่ด้วยลักษณะวิถีชีวิตในปัจจุบัน ซ้ำเติมด้วยปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ แค่จะมีลูกสักคนและเลี้ยงให้เติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพยังต้องคิดแล้วคิดอีก ด้วยเหตุนี้ผมจึงเชื่อว่าแนวโน้มปัจจุบัน ประเทศไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ถาวร และการลดลงของจำนวนประชากรในอนาคตได้ Inevitable ยิ่งกว่าทานอสอีก (ฮา)

เมื่อการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมาก หลายหน่วยงานจึงพยายามเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆออกมา เช่นการรับผู้อพยพ ซึ่งก็อาจส่งผลกระทบแบบในยุโรป หรือการทดแทนแรงงานคนด้วยระบบอัตโนมัติ เครื่องจักรหรือ AI ซึ่งก็จะส่งผลให้ตำแหน่งงานดังกล่าวหายไปอย่างถาวร ฯลฯ อาจกล่าวได้ว่าถ้าไม่ผลิตประชากรวัยทำงานมาทดแทนตามธรรมชาติ ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุโดยไม่มีผลกระทบตามมาได้ สำหรับกองทัพไทย แนวทางแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่หน่วยงานต่างๆเสนอมามักมุ่งเน้นไปที่การลดหรือการยกเลิกการเกณฑ์ทหารเท่านั้น ซึ่งผมมองว่าเป็นการโฟกัสผิดจุด ถึงแม้ผมจะสนับสนุนให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่ตัวเลขทหารเกณฑ์นั้นไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกกำหนดขึ้นมาตามใจชอบ ที่จะอยากเพิ่มก็เพิ่ม อยากลดก็ลดได้ นอกจากเรื่องดุลอำนาจทางทหารกับเพื่อนบ้านแล้ว ปัจจัยสำคัญที่กำหนดจำนวนทหารเกณฑ์ก็คือโครงสร้างการจัดหน่วยต่างๆของกองทัพไทยนั่นเอง

ปัจจุบันกองทัพไทยมีกำลังพลประมาณ 300,000 นาย แม้ผิวเผินจะดูมีจำนวนมาก แต่ก็ปรับลดจากในอดีตลงมาเยอะแล้ว หน่วยทหารหลายหน่วยก็มีกำลังพลไม่เต็มอัตรา แค่ตั้งเป็นโครงไว้เฉยๆ เมื่อถึงเวลาต้องเรียกระดมพลค่อยนำทหารกองหนุนมาเติม ดังนั้นด้วยโครงสร้างของกองทัพไทยในปัจจุบัน รวมถึงดุลอำนาจกับเพื่อนบ้าน ยังไงกองทัพไทยก็ต้องมีทหาร 300,000 นาย ไม่ว่าจะหามาด้วยวิธีการเกณฑ์ทหารหรือรับสมัครก็ตาม ยังไงก็ต้องมีคนไทยวัยทำงาน 300,000 คนอยู่ในกองทัพอยู่ดี การลดหรือการยกเลิกเกณฑ์ทหารจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ แต่ต้องรื้อโครงสร้างของกองทัพไทยใหม่หมด ทำอย่างไรถึงจะลดจำนวนทหารทั้งกองทัพลงได้ ไม่ใช่แค่ทหารเกณฑ์เท่านั้น หาวิธีดีงคนไทยวัยทำงานออกจากกองทัพ เติมเข้าไปในระบบเศรษฐกิจที่ในอนาคตมีแนวโน้มจะขาดแคลนแรงงานนี่แหละ จึงจะพอช่วยแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุได้ส่วนหนึ่ง

สำหรับตัวอย่างวิธีการปรับลดขนาดของกองทัพไทยลง ยกตัวอย่างเช่นการยุบรวมหน่วยทหารบางหน่วยเข้าด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวผมไม่อยากให้ใช้วิธีนี้ เพราะหน่วยทหารแต่ละหน่วย ไม่เหมือนบริษัทเอกชนที่จะปรับโครงสร้างบริษัทได้ตามใจผู้บริหาร แต่หน่วยทหารหลายหน่วยมีเกียรติประวัติมายาวนาน ถ้าอยู่ๆถูกยุบไปก็จะส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของกองทัพได้ วิธีการที่ผมมองว่าดีที่สุดจึงไม่ใช่การยุบหน่วย แต่เป็นการปรับลดขนาดของหน่วยลง เช่นการจัดหมู่ทหารราบ จากที่มีหมู่ละ 11 นายใช้รถสายพานลำเลียงพลเป็นยานพาหนะ ก็อาจปรับลดเหลือหมู่ละ 7 – 9 นาย แล้วใช้รถรบทหารราบเป็นยานพาหนะแทน ใช้อำนาจการยิงของรถรบทหารราบทดแทนกำลังพลที่ลดลง เป็นต้น พูดตามตรง ผมมองว่างบประมาณที่จำกัดของกองทัพไทยจะส่งผลให้จำนวนกำลังพลลดลงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ยกตัวอย่างฝูงบินขับไล่ของกองทัพอากาศไทยที่ปกติควรมีฝูงละ 16 – 18 ลำ ในอนาคตอาจเหลือแค่ฝูงละ 12 – 14 ลำเท่านั้น ซึ่งก็จะส่งผลให้จำนวนนักบินและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่ต้องใช้ลดลงไปด้วย สำหรับหน่วยทหารม้า ส่วนตัวผมก็คิดแล้วคิดอีก จากการที่กว่าไทยเราจะจัดหารถถังรุ่นใหม่มาทดแทนรุ่นเก่าได้ครบกองพันละ 49 คันนี่เลือดตาแทบกระเด็น งบประมาณที่มีก็แทบจะเป็นไฟท์บังคับว่าซื้อได้แต่ของจีน ถ้าจะปรับลดขนาดของหน่วยลง เช่นเปลี่ยนไปจัดหน่วยตามแบบรัสเซีย เหลือรถถังกองพันละ 31 คัน เพื่อที่ว่าจะได้สามารถใช้งบประมาณจำนวนเท่าเดิมไปจัดหารถถังที่มีประสิทธิสูง แต่อาจมีราคาแพงจากผู้ผลิตได้หลากหลายตัวเลือกมากขึ้น จะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง เป็นต้น

เมื่อการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะเป็นปัจจัยกดดันให้กองทัพไทยอาจต้องปรับลดขนาดลงในอนาคต เพื่อไม่ให้กระทบกับจำนวนประชากรวัยทำงานในระบบเศรษฐกิจ ผมคิดว่าการปรับโครงสร้างของกองทัพให้มีขนาดเล็กลง โดยไม่กระทบกับขีดความสามารถของกำลังรบและดุลอำนาจกับเพื่อนบ้าน ถือเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมาก สมควรศึกษาเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆครับ ถ้ารอไปอีก 10 – 20 ปีจนประเทศไทยขาดแคลนแรงงานแล้วจะไม่ทันเวลา

สวัสดี

31.08.2021

แสดงความคิดเห็น