อังกฤษส่งอาวุธต่อสู้รถถังให้ยูเครนเพิ่ม แต่จะไม่ส่งทหารไปช่วยรบกับรัสเซีย

ภาพจรวดต่อสู้รถถัง NLAW ซึ่งอังกฤษและสวีเดนพัฒนาร่วมกัน อาจเป็นอาวุธที่อังกฤษส่งให้ยูเครนแต่ยังไม่มีการยืนยัน
(MKFI/ Wikimedia Commons/ Public Domain)

มีข่าวจาก BBC และ Sky News นายเบน วอลเลซ (Ben Wallace) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอังกฤษ เปิดเผยว่าอังกฤษจะส่งจรวดต่อสู้รถถังไม่ระบุรุ่นและจำนวนให้กองทัพยูเครน พร้อมกับจะส่งทหารอังกฤษไปช่วยฝึกทหารยูเครนใช้งานจรวดต่อสู้รถถังดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามถ้าเกิดสงครามขึ้น ทหารอังกฤษจะไม่มาช่วยยูเครนซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิก NATO รบกับรัสเซียแต่อย่างใด นายวอลเลซเน้นย้ำจุดนี้ชัดเจนมากเพราะไม่อยากให้ความหวังลมๆแล้งๆ (false hope) กับยูเครน ถ้ารัสเซียบุกยูเครน อังกฤษจะทำการคว่ำบาตรรัสเซียเท่านั้น นายวอลเลซยังเน้นด้วยว่าอาวุธต่อสู้รถถังที่อังกฤษจะส่งให้ยูเครนนั้น เป็นอาวุธสำหรับป้องกันตัวเท่านั้น ไม่ใช่อาวุธทางยุทธศาสตร์ และไม่เป็นภัยคุกคามต่อรัสเซีย

คำพูดของนายวอลเลซเป็นการเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าแม้อังกฤษและชาติตะวันตกอื่นๆจะพร้อมส่งอาวุธให้ยูเครนรบกับรัสเซียเต็มที่ แต่ถ้าเกิดสงครามขึ้นจริง ก็จะไม่มาช่วยยูเครนรบ ช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาก็มีข่าวในสื่อ Express ว่ากองทัพอังกฤษเตรียมแผนอพยพทหารอังกฤษประมาณ 100 นาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นครูฝึกให้ทหารยูเครน ออกจากยูเครนทันทีที่รัสเซียบุก

ภาพรถถัง T-80U สังกัดกองพลรถถังที่ 4 พิทักษ์รัฐ ของรัสเซีย
(Vitaly Kuzmin/ CC BY-SA 4.0)

ส่วนตัวผมไม่แปลกใจกับท่าทีของอังกฤษ ปัจจุบันอุปสรรคอย่างเดียวที่ขัดขวางไม่ให้ตะวันตกสามารถดึงยูเครนเข้าร่วม EU และ NATO กระชับวงล้อมรัสเซียได้ก็คือดอนบาส ลำพังกองกำลังของดอนบาสสู้กองทัพยูเครนไม่ได้อยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่ทหารรัสเซียที่ “ลาพักร้อน” มาช่วยดอนบาสต่างหาก โดยที่ผ่านมาเนื่องจากรัสเซียต้องการปกปิดปฏิบัติการทางทหารในดอนบาสเป็นความลับ ทหารรัสเซียที่เข้ามาในดอนบาสจึงต้องใช้อาวุธจากยุคโซเวียตหรืออาวุธแบบเดียวกับกองทัพยูเครนเป็นหลัก เพื่อจะได้อ้างได้ว่าเป็นอาวุธที่ยึดมาได้ อาวุธรุ่นใหม่ๆของรัสเซียรวมถึงยานเกราะเช่นรถถัง T-72B3 และรถหุ้มเกราะล้อยาง BTR-82A จะปรากฏตัวเฉพาะเวลาจำเป็น แม้ปฏิบัติการลักษณะนี้ของรัสเซียจะช่วยให้ดอนบาสรบชนะกองทัพยูเครนระหว่างปี ค.ศ.2014 – 2015 ได้ แต่ก็ส่งผลให้ทหารรัสเซียรวมถึงพลร่ม (VDV) และสเปซนาซที่ต้องสู้รบโดยมีกำลังพลน้อยกว่าและใช้อาวุธโดยรวมด้อยกว่าของยูเครน แถมไม่มีกำลังทางอากาศสนับสนุน ต้องประสบความสูญเสียไม่น้อยเช่นกัน ปัจจุบันกองทัพยูเครนเข้มแข็งขึ้นมาก และมีอาวุธรุ่นใหม่ๆเช่นจรวดต่อสู้รถถัง Javelin จากสหรัฐฯและโดรน Bayraktar TB2 จากตุรกี เป็นต้น รัสเซียไม่สามารถช่วยปกป้องดอนบาสด้วยการใช้อาวุธรุ่นเก่ายุคโซเวียตทำสงครามลับอย่างเดียวได้แล้ว ถ้าเกิดยูเครนจะปราบดอนบาสอีกครั้ง ทางเลือกเดียวของรัสเซียคือต้องเข้าแทรกแซงเต็มรูปแบบเหมือนตอนสงครามรัสเซีย-จอร์เจีย เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2008 เท่านั้น แต่ปฏิบัติการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงสูง จะเป็นการดีกว่าถ้ารัสเซียสามารถป้องปรามไม่ให้ยูเครนโจมตีดอนบาส แล้วแช่แข็งความขัดแย้งดังกล่าวไปเรื่อยๆ เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้ยูเครนเข้าร่วม NATO ไปในตัว เป็นสาเหตุที่รัสเซียเคลื่อนกำลังทหารเข้าประชิดชายแดนยูเครนอยู่เนืองๆ แต่ไม่เคยบุกยูเครนจริงๆแบบที่ตะวันตกประโคมข่าว ทางด้านตะวันตกแม้จะอ้างว่าที่ส่งอาวุธให้ยูเครนเพื่อช่วยยูเครนป้องกันตัว แต่ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าอาวุธที่ตะวันตกเลือกส่งให้ยูเครนนั้น ล้วนแต่เพื่อช่วยให้ยูเครนจัดการกับดอนบาสได้ง่ายขึ้นทั้งนั้น ตัวอย่างเช่นที่สหรัฐฯส่งจรวด Javelin ให้ยูเครนก็เพื่อให้ยูเครนใช้จัดการกับรถถัง T-72B3 ที่รัสเซียเคยส่งมาช่วยดอนบาสจัดการรถถัง T-64 ของยูเครนนั่นเอง ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศยุคโซเวียตที่ฝ่ายดอนบาสเคยใช้ป้องปรามไม่ให้กองทัพอากาศยูเครนเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ได้สำเร็จ ตอนนี้ยูเครนก็มีโดรน Bayraktar ไว้จัดการแล้ว เป็นต้น เป้าหมายของตะวันตกจริงๆแล้วคือการป้องปรามรัสเซียแล้วเปิดช่องให้กองทัพยูเครนเข้ายึดดอนบาสนั่นเอง แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น แล้วกองทัพรัสเซียเข้าแทรกแซง ตะวันตกก็จะทิ้งยูเครนทันที

สวัสดี

18.01.2022

แสดงความคิดเห็น